ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างหนักในวันนี้ โดยแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ท่ามกลางแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทน
ปัจจัยกดดันราคาทองคำ
นักวิเคราะห์ระบุว่า การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำ เนื่องจากทองคำมีราคาเป็นดอลลาร์ ทำให้เมื่อดอลลาร์แข็งค่า ทองคำจะแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้นยังเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองคำ ซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ผลกระทบต่อนักลงทุน
การร่วงลงของราคาทองคำส่งผลกระทบต่อนักลงทุนที่ถือครองทองคำ โดยเฉพาะกองทุนทองคำ ETF ที่มีปริมาณการถือครองลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนบางส่วนหันไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ เช่น หุ้น เนื่องจากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
- ราคาทองคำปรับตัวลดลงกว่า 2% ในวันนี้
- ทองคำในประเทศปรับตัวตามตลาดโลก
- นักลงทุนจับตาทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ
แนวโน้มราคาทองคำ
นักวิเคราะห์คาดว่าราคาทองคำอาจยังคงเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น หากค่าเงินดอลลาร์ยังคงแข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐยังคงสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกอาจช่วยหนุนราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
- ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือนหน้า
- จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อ
- ประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
สำหรับราคาทองคำในประเทศ สมาคมค้าทองคำรายงานว่าราคาทองคำแท่งและทองรูปพรรณปรับตัวลดลงตามตลาดโลก โดยทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 32,000 บาท และขายออกที่บาทละ 32,100 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อที่บาทละ 31,421.20 บาท และขายออกที่บาทละ 32,600 บาท



