สุรินทร์ โรงน้ำดื่มแบกต้นทุนน้ำมันไม่ไหว จ่อขึ้นราคาเป็น 15 บาท วอนรัฐเร่งแก้ปัญหา
ผู้ประกอบการโรงผลิตน้ำดื่มในพื้นที่อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ กำลังเผชิญกับวิกฤตหนักจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ลดลงกว่า 50% และเตรียมปรับราคาน้ำดื่มถังเล็กจากเดิม 12 บาท เป็น 15 บาทต่อถัง เนื่องจากแบกรับต้นทุนค่าขนส่งและวัตถุดิบไม่ไหว
รายได้หายวับกว่า 50% จากหลักแสนเหลือเพียง 5-6 หมื่นบาทต่อเดือน
นายไพศาล จันทร์เขียว อายุ 60 ปี เจ้าของโรงผลิตน้ำดื่ม “ธนาธิป” ในตำบลบ้านชบ อำเภอสังขะ เปิดเผยว่า เขาดำเนินกิจการนี้มานานกว่า 9 ปี โดยแต่เดิมสามารถสร้างรายได้เดือนละนับแสนบาท แต่ปัจจุบันรายได้ลดลงเหลือเพียง 50,000–60,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งหายไปกว่าครึ่งหนึ่ง สาเหตุหลักมาจากต้นทุนค่าน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าน้ำมันสำหรับบรรทุกขนส่งให้ลูกค้า และค่าวัตถุดิบ เช่น ขวดและถังพลาสติกบรรจุน้ำ ที่ค่อยๆ ปรับราคาขึ้นตามสถานการณ์
เตรียมปรับราคาน้ำดื่มถังเล็กเป็น 15 บาท หลังต้นทุนพุ่งสูง
นายไพศาล กล่าวเพิ่มเติมว่า เดิมราคาน้ำดื่มถังเล็กจำหน่ายอยู่ที่ 10 บาท ก่อนจะทยอยปรับขึ้นเป็น 12 บาทตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ในขณะนี้เริ่มแบกรับภาระไม่ไหวอีกต่อไป หลังจากราคาน้ำมันปรับขึ้นอีกลิตรละประมาณ 6 บาท ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าขนส่ง ซึ่งต้องวิ่งส่งน้ำในพื้นที่อำเภอสังขะ วันละ 2–3 เที่ยว ตอนนี้จำเป็นต้องเตรียมปรับราคาน้ำดื่มถังขึ้นเป็น 15 บาทต่อถัง เพราะต้นทุนสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะค่าน้ำมันที่กระทบหนักจริงๆ
เขายังได้ฝากข้อความถึงภาครัฐให้เร่งเข้ามาดูแลและแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการรายย่อย และประชาชนในพื้นที่ชายแดน ให้สามารถดำเนินธุรกิจและใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
ผลกระทบวงกว้างต่อผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา
ทั้งนี้ สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังคงส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อผู้ประกอบการหลายภาคส่วนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาด้านพลังงานและต้นทุนการผลิต เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาค



