ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการไตรมาส 1/67 ยังคงทรงตัว
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เผยแพร่ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการสำหรับไตรมาสแรกของปี 2567 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าดัชนีความเชื่อมั่นยังคงทรงตัวที่ระดับ 50.1 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยผลสำรวจนี้สะท้อนถึงมุมมองของผู้ประกอบการในภาคธุรกิจต่างๆ ต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต
ปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่นที่ทรงตัว
จากการวิเคราะห์ของ ธปท. ความเชื่อมั่นที่ทรงตัวในไตรมาสนี้ได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัยสำคัญ ปัจจัยการท่องเที่ยว ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคบริการและธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คึกคัก นอกจากนี้ อุปสงค์ในประเทศ ก็มีส่วนช่วยสนับสนุน โดยผู้บริโภคยังคงมีกำลังซื้อและความต้องการสินค้าและบริการในระดับที่มั่นคง
อย่างไรก็ตาม ธปท. ยังชี้ให้เห็นถึงความท้าทายบางประการที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระยะสั้น เช่น ความผันผวนของราคาพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันต่อผลกำไรของผู้ประกอบการบางราย
แนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2
ธปท. คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ของปี 2567 จะมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นจากไตรมาสแรก โดยคาดว่าการเติบโตจะได้รับแรงหนุนจาก การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึง การลงทุนภาครัฐและเอกชน ที่อาจเร่งตัวขึ้นตามนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังระบุว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความคาดหวังในเชิงบวกต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในระยะกลาง โดยมองว่าการปรับตัวของภาคธุรกิจกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ
ข้อเสนอแนะจากธนาคารแห่งประเทศไทย
เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ธปท. ได้เสนอแนะแนวทางสำคัญหลายประการ ได้แก่
- การสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจจากรัฐบาล เพื่อกระตุ้นการลงทุนและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ
- การพัฒนาศักยภาพของแรงงาน ผ่านการฝึกอบรมและยกระดับทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
- การส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลในภาคธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงาน
โดยสรุป ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการของ ธปท. ในไตรมาสแรกของปี 2567 แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องจับตาความท้าทายจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืนในระยะยาว



