สมาคมรับสร้างบ้านเตรียมปรับราคาบ้านขึ้น 3-5% รับมือต้นทุนเหล็กและพลังงานพุ่ง
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเผยว่า ต้นทุนการก่อสร้างกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานโลกที่ผันผวน ส่งผลให้ราคาวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะเหล็กและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง บริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ จึงเตรียมปรับราคาบ้านทั่วประเทศขึ้น 3-5% โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป
รูปแบบการปรับราคาและผลกระทบต่อผู้บริโภค
การปรับราคานี้จะเกิดขึ้นใน 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการที่ปรับขึ้นทันทีหลังเดือนเมษายน และกลุ่มที่ทยอยปรับราคาในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2569 เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ผู้บริโภคที่มีแผนสร้างบ้านควรเตรียมรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผ่านไปยังราคาบ้านในระดับ 3-5% จากปัจจุบัน การตัดสินใจทำสัญญาก่อสร้างในช่วงเวลานี้จะช่วย "ล็อกต้นทุน" ก่อนการปรับราคา ทำให้สามารถควบคุมงบประมาณได้ดีขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน
ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านและแผนขยายตลาด
สำหรับภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ในภาวะ "ทรงตัว" ด้วยมูลค่าประมาณ 47,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 46,142 ล้านบาท แม้ความต้องการสร้างบ้านจะยังขยายตัวต่อเนื่อง แต่ผู้ประกอบการยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานโลกที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนวัสดุก่อสร้างผันผวน โดยเฉพาะเหล็กและสินค้าในกลุ่มปิโตรเคมี
ขณะเดียวกัน สมาคมฯ ได้เดินหน้าขยายฐานสู่ภูมิภาค โดยจัดตั้งคณะกรรมการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้แล้วเสร็จ เพื่อยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้าง ขยายเครือข่ายสมาชิก และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในต่างจังหวัด พร้อมกันนี้ เตรียมจัดงาน "มหกรรมรับสร้างบ้านภูมิภาค" ในไตรมาส 3 ปี 2569 นำร่องในภาคอีสานและภาคใต้ เพื่อเข้าถึงกำลังซื้อในจังหวัดศักยภาพ รวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำให้บริการแบบครบวงจร รองรับความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ
การปรับราคานี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดรับสร้างบ้านในไตรมาส 2 ของปี 2569 ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคและแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะสั้น ผู้ประกอบการและผู้บริโภคควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ



