กรังด์ปรีซ์ รุกเปิดตัว IGP Global จับมืออินเด็กซ์ ครีเอทีฟ สร้างแพลตฟอร์มอีเวนต์ระดับภูมิภาค
บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านครีเอทีฟและอีเวนต์ระดับประเทศ และ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านกิจกรรมยานยนต์ ได้ประกาศความร่วมมือจัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ "IGP Global" เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มอีเวนต์รูปแบบใหม่ที่ครอบคลุมงานเฟสติวัล งานแสดงสินค้า และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ โดยผสานการเดินทาง ความบันเทิง และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน
เป้าหมายสร้างแพลตฟอร์มเชื่อมโยงธุรกิจและไลฟ์สไตล์
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของสององค์กรชั้นนำของประเทศ โดยมีเป้าหมายสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงธุรกิจ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกัน เริ่มต้นในประเทศไทยก่อนขยายสู่ภูมิภาคอาเซียน IGP Global มองเห็นศักยภาพของตลาด "Mobility" ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก ด้วยจำนวนประชากรกว่า 680 ล้านคน และฐานผู้ใช้ยานยนต์มากกว่า 250 ล้านคัน
นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาด Mobility มีการเติบโตต่อเนื่องและเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคมากขึ้น จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ โดยภูมิภาคอาเซียนยังคงเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงของโลก
เปิดตัว 2 อีเวนต์เรือธงใหญ่
พร้อมกันนี้ IGP Global ได้เปิดตัว 2 อีเวนต์เรือธง ได้แก่
- Hungry Highway เทศกาลของคอมมูนิตี้คนรักการเดินทางและการขับขี่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Road for Ride and Bite" โดยปีแรกเอาใจสายไบค์เกอร์ จัดขึ้นในวันที่ 6-8 พ.ย. 2569 ณ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) เอกมัย-รามอินทรา
- Motion Expo งานแสดงนวัตกรรมและไลฟ์สไตล์การเคลื่อนที่แห่งอนาคต ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Your Gateway to Smart Movement" จัดขึ้นในวันที่ 29 เม.ย. – 2 พ.ค. 2570 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจ และเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาคอาเซียน โดยพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากการมองยานยนต์เป็นเพียงการเดินทาง ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์
เมื่อรวมมูลค่าของอุตสาหกรรมยานยนต์และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ส่งผลให้เศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับ Mobility ในภูมิภาคอาเซียนมีมูลค่ารวมมากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของตลาดดังกล่าวอย่างชัดเจน



