วิเคราะห์กำไร PTG ยุคน้ำมันโลกผันผวน โบรกฯ ชี้สำรองน้ำมันเพียงพอถึงพฤษภาคม 2569
ในสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เจ้าของสถานีบริการน้ำมันแบรนด์ PT กำลังถูกจับตามองทั้งในแง่ธุรกิจและสังคม อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลักทรัพย์มองว่าแนวโน้มผลประกอบการปี 2569 ของบริษัทยังคงเติบโตได้ดี โดยมีแผนสำรองน้ำมันรองรับสถานการณ์ผันผวนได้ยาวถึงเดือนพฤษภาคม 2569 พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้โตแรงถึง 56%
วิกฤติตะวันออกกลางส่งผลน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง สร้างความกังวลต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเร่งตัวสูงขึ้น บีบให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ของไทยต้องประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ ท่ามกลางภาวะกองทุนน้ำมันฯ ที่กลับมาติดลบสูงถึง 42,148 ล้านบาท ณ วันที่ 29 มีนาคม 2569
จากการตรวจสอบข้อมูลการปรับราคาน้ำมันขายปลีกตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2569 พบว่ามีการประกาศปรับราคาขึ้นไปแล้วรวม 7 ครั้ง ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยกลุ่มน้ำมันดีเซลมีการปรับขึ้นราคารวมสูงสุดถึง 14.30 บาทต่อลิตร ขณะที่กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 91, 95 ปรับขึ้นรวม 12.70 บาทต่อลิตร สำหรับน้ำมัน E20 ปรับขึ้นรวม 9.91 บาทต่อลิตร และ E85 ปรับขึ้นรวม 8.70 บาทต่อลิตร
โบรกฯ คาดกำไร PTG ปี 2569 พุ่งแรง 56% จากธุรกิจ Non-Oil
สำหรับผลประกอบการของ PTG ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2564–2568) พบว่ากำไรสุทธิมีลักษณะทรงตัวและขยับขึ้นลงตามรอบของธุรกิจพลังงาน ดังนี้
- ปี 2564: รายได้รวม 134,088.17 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,006.37 ล้านบาท
- ปี 2565: รายได้รวม 179,785.88 ล้านบาท กำไรสุทธิ 934.08 ล้านบาท
- ปี 2566: รายได้รวม 199,224.29 ล้านบาท กำไรสุทธิ 944.06 ล้านบาท
- ปี 2567: รายได้รวม 226,383.20 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,021.80 ล้านบาท
- ปี 2568: รายได้รวม 224,917.81 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,021.44 ล้านบาท
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า จากการเข้าร่วม Conference Call กับผู้บริหาร พบว่าบริษัทมีจุดแข็งด้านการจัดหาน้ำมันผ่านเครือข่ายโรงกลั่นในกลุ่ม PTT โดยเฉพาะ Thai Oil ในสัดส่วนกว่า 70% ส่งผลให้บริษัทสามารถบริหารปริมาณน้ำมันได้อย่างต่อเนื่อง และมีน้ำมันเพียงพอรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีความผันผวนจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยบริษัทยังมีสต๊อกและแหล่งจัดหาน้ำมันรองรับการขายได้ต่อเนื่องถึงเดือนพฤษภาคม 2569
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิปี 2569 จะอยู่ที่ราว 1,600 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 56.63% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,021 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากปริมาณการขายน้ำมันที่มีแนวโน้มเติบโต 3-5% ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจ Non-oil อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้านกาแฟพันธุ์ไทยที่ตั้งเป้าขยายครบ 800 สาขาภายในปี 2569
มุมมองการลงทุนและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม
บริษัทยังสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยรองรับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันที่ผันผวนได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นยังมีแรงกดดันจากค่าการตลาดน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ โดยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองไปในทิศทางเดียวกันว่า แนวโน้มกำไรของ PTG ยังคงเติบโตได้ดี โดยคาดว่าปีนี้จะมีกำไรสุทธิ 1,275 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตจากปีก่อน 24.88% จากโครงสร้างธุรกิจที่กระจายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะการเติบโตของกลุ่ม Non-oil ที่เข้ามาช่วยลดความผันผวนจากธุรกิจน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงด้านค่าการตลาดน้ำมันและนโยบายภาครัฐที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวในระยะสั้น โดยภาพรวมยังคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะกลางถึงยาวของบริษัท จากทั้งการขยายเครือข่ายสถานีบริการและการต่อยอดธุรกิจไลฟ์สไตล์ที่มีมาร์จิ้นสูงมากขึ้น โดยบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงคำแนะนำ "เก็งกำไร" ที่ราคาเป้าหมาย 10.00 บาท



