วันนี้ (8 เมษายน 2569) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยผลการประชุมบริหารจัดการเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นการหารือแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตไม้พลาสติกในประเทศไทย โดยสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้พลาสติกไทยกลายเป็นสินค้าหายากมากขึ้นอย่างน่าวิตก
ความเห็นร่วมกันตั้งคณะทำงานภาครัฐ-เอกชน
จากการประชุม มีความเห็นพ้องต้องกันว่าจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐสำคัญ อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย โดยจะเชิญตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรมและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมหารืออย่างเร่งด่วน
เป้าหมายหลักคือการแก้ไขปัญหาเรื่องต้นทุนและวัตถุดิบผลิตภัณฑ์พลาสติก ซึ่งกำลังกลายเป็นของหายากในตลาด รวมถึงการสอบถามข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับต้นทุนการผลิต จำนวนสต็อกคงเหลือ และราคาจำหน่ายในปัจจุบัน เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นจนกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน
เร่งรีไซเคิลขยะพลาสติก 2.7 ล้านตัน
นายวราวุธ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีขยะพลาสติกสะสมอยู่ประมาณ 2.7 ล้านตัน แต่มีการนำกลับมาใช้ใหม่เพียงร้อยละ 25 เท่านั้น ซึ่งถือเป็นอัตราที่ต่ำมาก
ดังนั้น ทุกภาคส่วนต้องหันมาให้ความสำคัญกับการรีไซเคิลอย่างจริงจังมากขึ้น เพราะหากสามารถจัดการรีไซเคิลได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้เม็ดพลาสติกไม่ขาดแคลนอีกต่อไป และส่งผลให้อุตสาหกรรมมีความเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป
แผนดำเนินการต่อไป
หลังจากนี้ คณะกรรมการร่วมชุดดังกล่าวจะเริ่มต้นพูดคุยกับภาคอุตสาหกรรมทันที เพื่อหาวิธีการบรรเทาผลกระทบและลดราคาสินค้าให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ การแก้ไขวิกฤตเม็ดพลาสติกถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เนื่องจากสถานการณ์โลกที่ผันผวน โดยเฉพาะหลังการตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันและวัตถุดิบพลาสติกในตลาดโลกต่อไป



