รัฐมนตรีวราวุธเผยสถานการณ์เม็ดพลาสติกขาดแคลน-ราคาพุ่ง จากวิกฤตตะวันออกกลาง
เม็ดพลาสติกราคาพุ่ง วราวุธชี้ผลกระทบตะวันออกกลาง

รัฐมนตรีวราวุธเผยสถานการณ์เม็ดพลาสติกขาดแคลน-ราคาพุ่ง จากวิกฤตตะวันออกกลาง

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์เม็ดพลาสติกที่กำลังเป็นที่กังวลในวงกว้าง ทั้งจากภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค โดยชี้ให้เห็นถึงผลกระทบจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาเม็ดพลาสติกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การตั้งคณะทำงานตรวจสอบสถานการณ์เม็ดพลาสติก

รัฐมนตรีวราวุธ ระบุว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ได้มีการหารือร่วมกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยขณะนี้กำลังเร่งตั้งคณะทำงานระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงสาธารณสุข เช่น อย. กรมควบคุมมลพิษ และสติงเกอร์ กทม.

คณะทำงานดังกล่าวจะมีหน้าที่ในการตรวจสอบแหล่งที่มา จำนวนสต็อกของเม็ดพลาสติกที่มีอยู่ในประเทศไทย รวมถึงราคาของเม็ดพลาสติก โดยนายวราวุธ ย้ำว่า ยังไม่เป็นการควบคุมปริมาณหรือราคาของเม็ดพลาสติก แต่เป็นการเข้าไปศึกษาสถานการณ์ต้นน้ำและกลางน้ำอย่างละเอียด เพื่อดูว่ามีการขายมากน้อยเพียงใด มีแหล่งที่มาอย่างไร และราคาเมื่อเทียบกับทั่วโลกเป็นอย่างไร

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางต่อภาคอุตสาหกรรมและประชาชน

กระทรวงอุตสาหกรรมแสดงความห่วงใยต่อประชาชนและผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อซัพพลายของพลาสติกในประเทศไทย ทำให้มีราคาสูงขึ้น ปริมาณเม็ดพลาสติก ถุงพลาสติก และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หายากมากขึ้นและแพงขึ้น สุดท้ายภาระก็จะตกอยู่ที่ประชาชน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรมตระหนักดีว่ายังมีทางเลือกอื่น ๆ เช่น การใช้วัสดุทดแทน ซึ่งนายวราวุธ ได้โชว์กระติกน้ำสีดำที่พกติดตัวเป็นตัวอย่าง โดยระบุว่า อาจจะไม่สะดวกสบายเหมือนเมื่อก่อน แต่เมื่อเม็ดพลาสติกหายากขึ้นและแพงขึ้น และค่าขนส่งอาจทำให้พลาสติกและขวดน้ำดื่มมีราคาแพงขึ้น จึงขอเชิญชวนทุกคนหันมาใช้กระติกน้ำ เพื่อลดต้นทุนและลดภาระ พร้อมใช้ภาชนะต่าง ๆ เพื่อลดพลาสติกด้วย

แนวทางเพิ่มอัตราการรีไซเคิลและลดการพึ่งพาการนำเข้า

นายวราวุธ กล่าวว่า จากข้อมูลประเทศไทยมีขยะพลาสติก 2.7 ล้านตัน นำมารีไซเคิลใหม่เพียง 25 % ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำมาแยกขยะ รีไซเคิล ทำความสะอาดอย่างถูกต้อง เพื่อจะได้เพิ่มปริมาณการรีไซเคิล จาก 25 % เป็น 30-35 % ซึ่งจะช่วยลดภาระต้นทุนของเม็ดพลาสติกที่ต้องนำเข้าและผลิต

ต้นทางของเม็ดพลาสติกมาจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่มาจากน้ำมัน หากลดการพึ่งพาการนำเข้าเม็ดพลาสติกและใช้สิ่งที่เรามีอยู่ในประเทศไทย ก็จะช่วยลดภาระให้กับประชาชนได้อย่างมีนัยสำคัญ

การใช้วัตถุดิบรีไซเคิลและแนวทางการจัดการขยะพลาสติก

เมื่อถูกถามว่าจะใช้วัสดุใดมาแทนเม็ดพลาสติก นายวราวุธ กล่าวว่า เม็ดพลาสติกที่เราพูดถึงวันนี้เป็นเม็ดพลาสติกใหม่ เป็นวัตถุดิบที่เพิ่งผลิตใหม่ หากไม่ใช้วัตถุดิบใหม่ ก็ใช้วัตถุดิบรีไซเคิล ซึ่งมาจากปริมาณขยะพลาสติกที่มีอยู่ในไทยกว่า 2.7 ล้านตัน ซึ่งยังไม่ได้รับการเอาไปรีไซเคิลมากเท่าที่ควร หากสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้จะช่วยลดภาระการหาเม็ดพลาสติกใหม่ให้กับอุตสาหกรรม

สำหรับจุดที่จะเพิ่มในการรีไซเคิลมีหลายองค์ประกอบ เช่น การคัดแยกขยะที่ถูกต้อง รวมถึงการทำความสะอาดขยะก่อนทิ้ง ซึ่งอาจจะเป็นแนวคิดที่แปลกใหม่สำหรับคนไทย แต่ในหลายประเทศก่อนจะทิ้งขยะพลาสติกต้องมีการล้างทำความสะอาด เพื่อลดต้นทุนทางภาคอุตสาหกรรม เมื่อผู้ประกอบการเอาไปแล้วจะได้ไม่ต้องนำไปทำความสะอาดหรือคัดแยกอีก

แผนการมอบนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม

นายวราวุธ ยังกล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีการวางแนวทางว่าจะมีการมอบนโยบายให้กับข้าราชการในเช้าของวันจันทร์ที่ 20 เมษายน แต่เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีกำหนดจะมอบนโยบายกรอบงบประมาณปี 70 ตนเองในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม ก็จะเปลี่ยนมอบนโยบายในเช้าวันพุธที่ 22 เมษายนแทน