สภาอุตสาหกรรมฯ เผย SMEs ไทยเผชิญวิกฤตหนี้สูง 1.9 ล้านล้านบาท หลังผลกระทบโควิด-19
SMEs ไทยเผชิญหนี้สูง 1.9 ล้านล้านบาท จากวิกฤตโควิด-19 (31.03.2026)

SMEs ไทยเผชิญวิกฤตหนี้สูง 1.9 ล้านล้านบาท หลังผลกระทบโควิด-19

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับสถานการณ์หนี้สินของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SMEs ในประเทศไทย โดยระบุว่า SMEs ไทยกำลังเผชิญกับปัญหาหนี้สินสะสมสูงถึง 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลให้ธุรกิจหลายแห่งต้องเผชิญกับรายได้ที่ลดลงและต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบรุนแรงในภาคการผลิตและบริการ

จากการวิเคราะห์ของสภาอุตสาหกรรมฯ พบว่า ภาคการผลิตและภาคบริการเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากวิกฤตหนี้สินนี้ โดยเฉพาะธุรกิจในสาขาอาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยว และการค้าปลีก ซึ่งต้องปรับตัวกับมาตรการควบคุมโรคและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ซ้ำเติมสถานการณ์ เช่น การขาดแคลนแรงงาน และ ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ที่ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ SMEs หลายแห่งไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดและต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการปิดตัวลง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวทางการแก้ไขและสนับสนุนจากภาครัฐ

เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้เสนอแนะมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐหลายประการ ได้แก่

  • การขยายเวลาชำระหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ให้กับ SMEs ที่ได้รับผลกระทบ
  • การจัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือเงินช่วยเหลือฉุกเฉินเพื่อเสริมสภาพคล่อง
  • การส่งเสริมการตลาดและช่องทางการขายออนไลน์เพื่อเพิ่มรายได้
  • การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

มาตรการเหล่านี้คาดว่าจะช่วยลดภาระหนี้และฟื้นฟูศักยภาพของ SMEs ให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในระยะยาว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ความสำคัญของ SMEs ต่อเศรษฐกิจไทย

SMEs ถือเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย โดยมีสัดส่วนมากกว่า 99% ของธุรกิจทั้งหมดและสร้างงานให้กับประชาชนหลายล้านคน ดังนั้น การแก้ไขปัญหาหนี้สินของ SMEs จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมหลังวิกฤตโควิด-19

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการติดตามและประเมินผลมาตรการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่า SMEs จะได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมและทันท่วงที