เพิ่มสิทธิทันตกรรมประกันสังคม 1 พ.ค. นี้ ครอบคลุมฝังรากฟันเทียม-ปรับวงเงินทำฟันปลอม
เพิ่มสิทธิทันตกรรมประกันสังคม 1 พ.ค. ครอบคลุมฝังรากฟันเทียม (17.04.2026)

เพิ่มสิทธิทันตกรรมประกันสังคม 1 พ.ค. นี้ ครอบคลุมฝังรากฟันเทียม-ปรับวงเงินทำฟันปลอม

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยข่าวดีว่า สำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมสำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึง โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

รายละเอียดสิทธิประโยชน์ใหม่สำหรับผู้ประกันตน

สำหรับผู้ประกันตนที่เข้ารับบริการในสถานพยาบาลของรัฐที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม จะครอบคลุมบริการพื้นฐาน เช่น การอุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน และการผ่าฟันคุดทุกกรณี โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งตามมาตรฐานทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังเพิ่มสิทธิใหม่ ได้แก่

  • เกลารากฟันและขลิบแต่งกระดูกเพื่อเตรียมช่องปากก่อนใส่ฟันเทียม
  • ปรับเพิ่มวงเงินการทำฟันปลอมเป็นอัตรา 1,500 ถึง 6,000 บาท และค่าซ่อมฟันปลอมในอัตรา 900 บาทต่อครั้ง
  • เพิ่มสิทธิการฝังรากฟันเทียมรองรับฟันเทียมทั้งปาก สำหรับผู้ที่สูญเสียฟันทั้งปากที่ไม่สามารถใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้ โดยมีสิทธิสำหรับค่าผ่าตัด 17,500 บาท และค่าชุดรากฟันเทียม 3,300 บาท รวมถึงค่าติดตามผลหลังการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ผู้ประกันตนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ยกเว้นกรณีเข้าคลินิกพิเศษที่ต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมแพทย์เองตามอัตราประกาศกระทรวงสาธารณสุข

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สิทธิประโยชน์สำหรับสถานพยาบาลเอกชน

ในกรณีที่ผู้ประกันตนเข้ารับบริการในสถานพยาบาลของเอกชนที่ทำความตกลง จะครอบคลุมบริการอุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน ด้วยวงเงิน 900 บาทต่อปี หากมีค่าใช้จ่ายเกิน ผู้ประกันตนต้องชำระส่วนต่างเอง นอกจากนี้ยังเพิ่มอัตราค่าผ่าฟันคุดเป็น 1,500 ถึง 2,500 บาทต่อซี่ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และปรับเพิ่มวงเงินการทำฟันปลอม รวมถึงสิทธิฝังรากฟันเทียมทั้งปากเช่นเดียวกับสถานพยาบาลรัฐ

เงื่อนไขและวิธีการใช้สิทธิ

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ระบุว่า สิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ประกันตนส่งเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันที่เข้ารับบริการ และรวมถึงหลังจากที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนไม่เกิน 6 เดือน

สำหรับกรณีใช้บริการกับสถานพยาบาลที่ไม่ได้ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม ผู้ประกันตนต้องสำรองจ่ายไปก่อนแล้วสามารถยื่นขอรับเงินคืนได้ผ่านระบบ e-Self Service หรือที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ

ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมกำลังทำความตกลงกับสถานพยาบาลและคลินิกเพิ่มเติม และจะแจ้งรายชื่อผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th ผู้ประกันตนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง