นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมสำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
รายละเอียดสิทธิประโยชน์ใหม่สำหรับผู้ประกันตน
การปรับปรุงครั้งนี้ครอบคลุมบริการทันตกรรมหลากหลายประเภท โดยแบ่งเป็นกรณีการเข้ารับบริการในสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม
กรณีสถานพยาบาลของรัฐ
ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ครอบคลุมบริการพื้นฐาน เช่น การอุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน และการผ่าฟันคุดทุกกรณี โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งตามมาตรฐานทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังเพิ่มสิทธิใหม่ ได้แก่ การเกลารากฟันและการขลิบแต่งกระดูกเพื่อเตรียมช่องปากก่อนใส่ฟันเทียม โดยผู้ประกันตนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ยกเว้นกรณีเข้าคลินิกพิเศษที่ต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมแพทย์เองตามอัตราประกาศกระทรวงสาธารณสุข
สำหรับการทำฟันปลอม ได้ปรับเพิ่มวงเงินเป็นอัตรา 1,500 ถึง 6,000 บาท และค่าซ่อมฟันปลอมในอัตรา 900 บาทต่อครั้ง ส่วนการฝังรากฟันเทียมรองรับฟันเทียมทั้งปากสำหรับผู้ที่สูญเสียฟันทั้งปากที่ไม่สามารถใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้ จะมีสิทธิสำหรับค่าผ่าตัด 17,500 บาท และค่าชุดรากฟันเทียม 3,300 บาท รวมถึงค่าติดตามผลหลังการรักษาอย่างต่อเนื่อง
กรณีสถานพยาบาลของเอกชน
ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ครอบคลุมบริการอุดฟัน ขูดหินปูน และถอนฟัน ในวงเงิน 900 บาทต่อปี หากมีค่าใช้จ่ายเกินวงเงินนี้ ผู้ประกันตนต้องชำระส่วนต่างเอง นอกจากนี้ยังเพิ่มอัตราค่าผ่าฟันคุดเป็น 1,500 ถึง 2,500 บาทต่อซี่ โดยผู้ประกันตนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
การทำฟันปลอมและค่าซ่อมฟันปลอมมีอัตราเช่นเดียวกับกรณีสถานพยาบาลของรัฐ ส่วนการฝังรากฟันเทียมรองรับฟันเทียมทั้งปากก็มีสิทธิประโยชน์เหมือนกันทุกประการ
เงื่อนไขและวิธีการใช้สิทธิ
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า สิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ประกันตนส่งเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันที่เข้ารับบริการ และรวมถึงหลังจากที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนไม่เกิน 6 เดือน
กรณีใช้บริการกับสถานพยาบาลที่ไม่ได้ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชน ผู้ประกันตนจะต้องสำรองจ่ายไปก่อนแล้วสามารถยื่นขอรับเงินคืนได้ตามหลักเกณฑ์ ผ่านระบบ e-Self Service หรือยื่นที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ หรือสายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง
การขยายความร่วมมือกับสถานพยาบาล
ขณะนี้ สำนักงานประกันสังคมอยู่ระหว่างการทำความตกลงร่วมกับสถานพยาบาลหรือคลินิกที่ประสงค์ให้บริการทันตกรรมแก่ผู้ประกันตน โดยจะแจ้งรายชื่อสถานพยาบาลและคลินิกที่ทำความตกลงให้ผู้ประกันตนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักประกันสังคม www.sso.go.th ในลำดับต่อไป
การปรับปรุงสิทธิประโยชน์ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตนในระยะยาว



