เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมนายสมชาย (นามสมมติ) อายุ 45 ปี หลังมีผู้เสียหายร้องเรียนว่าถูกหลอกขายยาสมุนไพรราคาแพง โดยนายสมชายอ้างว่าเป็นแพทย์แผนไทยและสามารถรักษาโรคเรื้อรังได้
การสืบสวนและการจับกุม
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้สืบสวนจนพบว่านายสมชายเปิดคลินิกเถื่อนในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลและไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
การให้สัมภาษณ์ของผู้ต้องหา
จากการสอบสวนนายสมชายให้การรับสารภาพว่า เคยเป็นแพทย์แผนไทยจริงและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ แต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เนื่องจากกระทำผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ หลังจากนั้นจึงหันมาประกอบอาชีพหมอเถื่อน โดยใช้ความรู้ที่มีอยู่นำสมุนไพรมาผสมและขายให้กับผู้ป่วยในราคาสูง
นายสมชายกล่าวว่า "ผมรู้ว่าผิด แต่ไม่มีทางเลือกอื่น ครอบครัวต้องอยู่รอด ผมขอโทษผู้เสียหายทุกคน"
ความเสียหายและผลกระทบ
เบื้องต้นมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนแล้วกว่า 20 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 5 ล้านบาท ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่หวังว่าจะหายจากโรคด้วยยาสมุนไพร แต่อยู่ในสภาพที่อาการทรุดลงเพราะขาดการรักษาที่ถูกต้อง
- ผู้เสียหายรายหนึ่งเล่าว่า จ่ายเงินค่ายาสมุนไพรถึง 300,000 บาท แต่ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
- อีกหนึ่งรายต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากอาการแทรกซ้อนจากการใช้ยาสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐาน
การดำเนินคดี
พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานายสมชายในข้อหา "ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต" และ "ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต" ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี และปรับสูงสุด 30,000 บาท นอกจากนี้ยังถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 อีกด้วย
ด้านนายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า "การรักษาด้วยสมุนไพรต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีใบอนุญาต ไม่เช่นนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต"
บทเรียนจากเหตุการณ์นี้
เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการรักษาโรคด้วยสมุนไพร ควรเลือกใช้บริการจากสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและมีใบอนุญาตที่ถูกต้องเท่านั้น
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงสืบสวนหาผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม และขอให้ผู้เสียหายที่ยังไม่ได้แจ้งความเข้ามาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน



