โรคหลอดเลือดสมอง ชนิดขาดเลือดและเลือดออก อาการต่างกัน
โรคหลอดเลือดสมอง ชนิดขาดเลือดและเลือดออก อาการต่างกัน

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยจำนวนมากและเป็นสาเหตุหลักของความพิการถาวร หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ทั่วโลกมีผู้ป่วยใหม่ประมาณ 10-15 ล้านคนต่อปี โดย 5 ล้านคนเสียชีวิต และอีก 5 ล้านคนพิการถาวร สิ่งสำคัญที่สุดคือการรู้ทันอาการ สังเกตปัจจัยเสี่ยง และเข้ารับการรักษาทันที เพราะทุกนาทีที่สมองขาดเลือดจะสูญเสียเซลล์สมองกว่า 1.9 ล้านเซลล์

โรคหลอดเลือดสมองคืออะไร

โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากการที่เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงสมองได้เพียงพอ ส่งผลให้เซลล์สมองตายและทำงานผิดปกติ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก

โรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือด (Ischemic Stroke)

เป็นภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอเพราะหลอดเลือดตีบหรืออุดตัน พบมากที่สุดประมาณ 80% ของผู้ป่วย หากรักษาเร็วโอกาสฟื้นตัวสูง สาเหตุหลัก ได้แก่ ลิ่มเลือดอุดตัน ไขมันสะสมในหลอดเลือด และหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาการที่พบบ่อยคือแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด และมุมปากตก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

โรคหลอดเลือดสมองชนิดเลือดออก (Hemorrhagic Stroke)

เกิดจากเลือดออกในสมองเพราะหลอดเลือดแตกหรือรั่ว พบประมาณ 20% ของผู้ป่วย อาการมักรุนแรงกว่าและเสี่ยงเสียชีวิตสูงกว่า สาเหตุหลักคือความดันโลหิตสูงควบคุมไม่ได้ หลอดเลือดโป่งพองแตก ความผิดปกติของหลอดเลือด และการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดเกินขนาด อาการได้แก่ปวดศีรษะรุนแรงทันที คลื่นไส้ อาเจียน และหมดสติ

อาการเตือนสำคัญ FAST

F (Face) ใบหน้าเบี้ยว ปากตก A (Arm) แขนหรือขาอ่อนแรง S (Speech) พูดไม่ชัด ฟังไม่เข้าใจ T (Time) ต้องรีบโทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที การรักษาภายใน 1 ชั่วโมงแรกมีโอกาสฟื้นตัวดีที่สุด และต้องถึงโรงพยาบาลภายใน 4.5 ชั่วโมงแรก

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อาการอื่นๆ ที่ควรระวัง

  • ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน
  • เวียนศีรษะ เดินเซ หรือหมดสติ
  • มองเห็นภาพซ้อนหรือมองไม่ชัด
  • คลื่นไส้ อาเจียน

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง

ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ได้แก่ อายุ (เสี่ยงสูงขึ้นเมื่ออายุมากกว่า 55 ปี) เพศ (ผู้ชายเสี่ยงมากกว่าผู้หญิงเล็กน้อย) และประวัติครอบครัว ปัจจัยที่ควบคุมได้ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ โรคอ้วน ขาดการออกกำลังกาย ความเครียดเรื้อรัง และการใช้ยาคุมกำเนิดในผู้หญิงที่สูบบุหรี่

วิธีป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

  • ควบคุมความดัน น้ำตาล และไขมันในเลือด
  • เลิกสูบบุหรี่และลดแอลกอฮอล์
  • ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • กินอาหารเพื่อสุขภาพ เน้นผัก ผลไม้ ปลา ธัญพืช ลดเกลือไม่เกิน 6 กรัมต่อวัน
  • ตรวจสุขภาพประจำปีและทำโปรแกรมตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดสมอง

การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง

ชนิดขาดเลือด

  • ยาละลายลิ่มเลือด (tPA) ภายใน 4.5 ชั่วโมง
  • การดึงลิ่มเลือดออก (บางกรณีภายใน 24 ชั่วโมง)
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด

ชนิดเลือดออก

  • ควบคุมความดันโลหิต
  • ผ่าตัดระบายเลือดหรือลดการกดทับของสมอง

การฟื้นฟูหลังป่วย

  • กายภาพบำบัด: ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว
  • กิจกรรมบำบัด: ฝึกทำกิจวัตรประจำวัน
  • การฝึกพูด: ฟื้นฟูการสื่อสาร
  • จิตบำบัด: ดูแลสุขภาพจิต ลดโอกาสซึมเศร้า

โรคหลอดเลือดสมองเป็นภัยเงียบที่อันตราย แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการรู้ทันอาการและควบคุมปัจจัยเสี่ยง หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการสงสัย อย่ารอช้า รีบโทร 1669 หรือเข้ารับการตรวจคัดกรองกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

ขอบคุณข้อมูลจาก: โรงพยาบาลเปาโล เกษตร