สหรัฐฯ อนุมัติให้บริจาควัคซีนโควิด-19 ให้ประเทศอื่น
สหรัฐฯ อนุมัติให้บริจาควัคซีนโควิด-19 ให้ประเทศอื่น

สหรัฐอเมริกาได้อนุมัติแผนการบริจาควัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จำนวน 500 ล้านโดสให้แก่ประเทศยากจนและกำลังพัฒนาทั่วโลก โดยดำเนินการผ่านโครงการ COVAX ซึ่งเป็นกลไกความร่วมมือระดับโลกเพื่อการเข้าถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียม การประกาศดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2564 ระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยที่ 76 ที่นครนิวยอร์ก

รายละเอียดการบริจาควัคซีน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวในการประชุมว่า สหรัฐฯ จะจัดหาวัคซีนไฟเซอร์จำนวน 500 ล้านโดส เพื่อแจกจ่ายให้แก่ประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลาง โดยมีเป้าหมายในการเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรทั่วโลก การจัดส่งวัคซีนชุดแรกจะเริ่มขึ้นทันทีในเดือนตุลาคมนี้ โดยจะทยอยส่งมอบจนถึงกลางปี พ.ศ. 2565

การบริจาคครั้งนี้มีมูลค่ารวมประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 117,000 ล้านบาท โดยสหรัฐฯ จะซื้อวัคซีนจากบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคในราคาต้นทุน และส่งมอบให้กับองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การยูนิเซฟ เพื่อกระจายไปยังประเทศต่างๆ ผ่านโครงการ COVAX

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากนานาชาติ

นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก กล่าวขอบคุณสหรัฐฯ สำหรับการบริจาคครั้งนี้ พร้อมระบุว่า "นี่คือก้าวสำคัญในการยุติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงวัคซีน" ขณะที่แอนโทนี ฟอซี ที่ปรึกษาทางการแพทย์ของทำเนียบขาว กล่าวว่า การบริจาคครั้งนี้จะช่วยลดการกลายพันธุ์ของไวรัส และป้องกันการเกิดสายพันธุ์ใหม่ที่อาจดื้อต่อวัคซีน

อย่างไรก็ตาม องค์กรระหว่างประเทศบางแห่ง เช่น แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้สหรัฐฯ และประเทศร่ำรวยอื่นๆ เร่งดำเนินการให้มากกว่านี้ โดยชี้ว่ายังมีช่องว่างในการจัดหาวัคซีนให้กับประเทศยากจนอีกจำนวนมาก

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อการระบาดของโควิด-19

การบริจาควัคซีนครั้งนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนในประเทศยากจน ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำกว่า 5% ในหลายประเทศแถบแอฟริกาและเอเชียใต้ การมีวัคซีนเพียงพอจะช่วยลดการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยรุนแรง รวมถึงช่วยให้ระบบสาธารณสุขในประเทศเหล่านั้นไม่ต้องแบกรับภาระหนักเกินไป

นอกจากนี้ การกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึงยังเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมการระบาดระดับโลก เนื่องจากไวรัสสามารถแพร่ระบาดและกลายพันธุ์ได้ในพื้นที่ที่มีการฉีดวัคซีนต่ำ การบริจาคครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในการยุติการระบาดและป้องกันการเกิดสายพันธุ์ใหม่