เปิดตัวแพลตฟอร์มสุขภาพ AI ช่วยวิเคราะห์โรคจากภาพถ่ายใบหน้า
เปิดตัวแพลตฟอร์มสุขภาพ AI วิเคราะห์โรคจากใบหน้า

บริษัทสตาร์ทอัพด้านสุขภาพได้เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอในการวิเคราะห์โรคจากภาพถ่ายใบหน้า โดยผู้ใช้สามารถถ่ายภาพตนเองผ่านสมาร์ทโฟนและรับผลการวิเคราะห์เบื้องต้นได้ภายในไม่กี่วินาที

เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อการดูแลสุขภาพ

แพลตฟอร์มดังกล่าวใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึกหรือดีพเลิร์นนิงในการวิเคราะห์ลักษณะใบหน้ากว่า 100 จุด เพื่อตรวจหาสัญญาณบ่งชี้ของโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต และโรคเบาหวาน โดยมีความแม่นยำสูงถึงร้อยละ 95 จากการทดสอบกับผู้ใช้หลายพันคน

วิธีการทำงานของแพลตฟอร์ม

ผู้ใช้เพียงถ่ายภาพใบหน้าของตนเองผ่านแอปพลิเคชัน จากนั้นระบบจะวิเคราะห์สีผิว รอยย่น และลักษณะอื่นๆ บนใบหน้า เพื่อเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลทางการแพทย์ขนาดใหญ่ ผลลัพธ์จะแสดงความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ พร้อมคำแนะนำเบื้องต้นในการดูแลสุขภาพ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • วิเคราะห์โรคจากภาพถ่ายใบหน้าโดยใช้เอไอ
  • ผลลัพธ์รวดเร็วภายในไม่กี่วินาที
  • มีความแม่นยำสูงถึงร้อยละ 95
  • ใช้งานง่ายผ่านสมาร์ทโฟน

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาหรือเอฟดีเอของสหรัฐอเมริกา แต่ทางบริษัทมีแผนที่จะยื่นขอการรับรองในเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งขยายการใช้งานไปยังกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้สูงอายุ

ประโยชน์และข้อควรระวัง

แพลตฟอร์มนี้มีประโยชน์ในการคัดกรองโรคเบื้องต้น ช่วยให้ผู้ใช้ตระหนักถึงสุขภาพของตนเองมากขึ้น แต่ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยจากแพทย์ได้ ผู้ใช้ควรปรึกษาแพทย์หากพบความผิดปกติหรือมีอาการผิดปกติ

นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีแผนที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มให้สามารถวิเคราะห์โรคอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น โรคซึมเศร้าและโรคผิวหนัง รวมถึงการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สวมใส่เพื่อเก็บข้อมูลสุขภาพแบบเรียลไทม์

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การตอบรับจากผู้ใช้

แพลตฟอร์มดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ใช้จำนวนมาก โดยมียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันกว่า 1 ล้านครั้งในสัปดาห์แรกที่เปิดตัว ผู้ใช้ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าแพลตฟอร์มใช้งานง่ายและให้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ

  1. ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพใบหน้าและรับผลวิเคราะห์ได้ทันที
  2. ผลลัพธ์ครอบคลุมโรคหลายประเภท
  3. แพลตฟอร์มช่วยให้ผู้ใช้ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลภาพถ่ายใบหน้า เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดหากไม่มีการป้องกันที่เพียงพอ ทางบริษัทจึงยืนยันว่าข้อมูลผู้ใช้ทั้งหมดจะถูกเข้ารหัสและจัดเก็บอย่างปลอดภัยตามมาตรฐานสากล