ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกันพัฒนาแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่สามารถตรวจจับโรคใบด่างในมันสำปะหลังได้อย่างแม่นยำ โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) เพื่อช่วยเกษตรกรในการวินิจฉัยโรคพืชได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ความสำคัญของมันสำปะหลังต่อเศรษฐกิจไทย
มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย โดยไทยเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอันดับต้นๆ ของโลก โรคใบด่างเป็นโรคที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อผลผลิต หากไม่ได้รับการจัดการอย่างทันท่วงทีอาจทำให้ผลผลิตลดลงถึงร้อยละ 50 จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ช่วยในการตรวจหาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มแรก
หลักการทำงานของแอปพลิเคชัน
แอปพลิเคชันนี้ทำงานโดยให้เกษตรกรถ่ายภาพใบมันสำปะหลังผ่านสมาร์ทโฟน จากนั้นระบบ AI จะวิเคราะห์ภาพและระบุว่าใบนั้นเป็นโรคใบด่างหรือไม่ โดยมีความแม่นยำสูงถึงร้อยละ 95 นอกจากนี้ยังสามารถระบุความรุนแรงของโรคได้อีกด้วย ระบบได้รับการฝึกฝนด้วยภาพใบมันสำปะหลังปกติและเป็นโรคจำนวนมาก เพื่อให้สามารถแยกแยะความแตกต่างได้อย่างถูกต้อง
- ใช้งานง่าย: เพียงถ่ายภาพใบมันสำปะหลัง แอปจะแสดงผลการวินิจฉัยทันที
- แม่นยำสูง: ใช้ AI ที่ผ่านการเทรนด้วยข้อมูลจำนวนมาก ทำให้มีความแม่นยำสูงถึงร้อยละ 95
- ช่วยลดความเสียหาย: เกษตรกรสามารถตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก และดำเนินการป้องกันหรือรักษาได้ทันที
ผลกระทบต่อเกษตรกรและอุตสาหกรรม
การพัฒนาแอปพลิเคชันนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เนื่องจากช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการตรวจวินิจฉัยโรค นอกจากนี้ยังช่วยลดการสูญเสียผลผลิต สร้างความมั่นคงทางอาหาร และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร อีกทั้งยังเป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0
แผนการพัฒนาในอนาคต
ทีมวิจัยมีแผนที่จะพัฒนาแอปพลิเคชันให้สามารถตรวจจับโรคพืชชนิดอื่นๆ ได้ เช่น โรคใบไหม้ในข้าว และโรคใบจุดในอ้อย รวมถึงการเพิ่มฟังก์ชันการให้คำแนะนำในการจัดการโรคและศัตรูพืช นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะเผยแพร่แอปพลิเคชันให้เกษตรกรสามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรีในระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ภายในปีหน้า
- เพิ่มฐานข้อมูลโรคพืชชนิดอื่นๆ
- พัฒนาระบบแนะนำการจัดการโรคแบบเฉพาะเจาะจง
- ขยายการใช้งานไปยังพืชเศรษฐกิจอื่นๆ
การพัฒนาแอปพลิเคชันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการเกษตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดความเสี่ยงจากโรคพืช ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรไทยและเศรษฐกิจโดยรวม



