บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดตัวโครงการนำร่องใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อจัดการปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบ Real-time ภายในฟาร์มไก่ของบริษัทในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน
รายละเอียดโครงการและเทคโนโลยีที่ใช้
โครงการดังกล่าวเป็นการบูรณาการเซ็นเซอร์ IoT ที่สามารถตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5, PM10, อุณหภูมิ, ความชื้น และก๊าซต่างๆ เช่น CO2 และ NH3 ได้แบบเรียลไทม์ ข้อมูลจะถูกส่งผ่านเครือข่ายคลื่นความถี่ที่ได้รับการสนับสนุนจาก กสทช. ไปยังระบบคลาวด์เพื่อประมวลผลด้วย AI ที่สามารถวิเคราะห์แนวโน้มและแจ้งเตือนเมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยให้ฟาร์มสามารถปรับการระบายอากาศและลดการปล่อยฝุ่นได้ทันท่วงที
เป้าหมายเพื่อลดฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน
นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า "เราตั้งเป้าลดการปล่อยฝุ่น PM2.5 จากฟาร์มไก่ของเราในภาคเหนือลง 30% ภายใน 2 ปี โดยใช้เทคโนโลยี IoT และ AI เป็นกลไกสำคัญ" นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังมีแผนขยายโครงการไปยังฟาร์มอื่นๆ ทั่วประเทศหากประสบความสำเร็จในระยะแรก
การสนับสนุนจาก กสทช.
ด้าน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า "กสทช. พร้อมสนับสนุนคลื่นความถี่และโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมเพื่อให้โครงการ IoT เพื่อสิ่งแวดล้อมนี้เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งจะเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาหมอกควันในภาคเหนืออย่างยั่งยืน"
ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
ปัญหาหมอกควันในภาคเหนือส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่มักเกิดไฟป่าและการเผาในที่โล่ง โครงการนี้คาดว่าจะช่วยลดมลพิษทางอากาศในพื้นที่รอบฟาร์ม และเป็นตัวอย่างให้กับเกษตรกรรายอื่นในการนำเทคโนโลยีมาใช้จัดการฟาร์มอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
แผนการดำเนินงานในอนาคต
ซีพีเอฟและกสทช. วางแผนที่จะติดตั้งระบบ IoT ในฟาร์มไก่ 10 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูนภายในปี 2568 โดยใช้งบประมาณรวม 50 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังจะมีการอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรในฟาร์มเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว รวมถึงการสร้างเครือข่ายข้อมูลคุณภาพอากาศที่เปิดเผยต่อสาธารณะผ่านแพลตฟอร์มของ กสทช.



