นักวิจัยไทยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) เพื่อการเกษตรแม่นยำ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ลดต้นทุนการผลิต และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
รายละเอียดของเทคโนโลยี
เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยเซนเซอร์ตรวจวัดสภาพดิน อุณหภูมิ ความชื้น และปริมาณน้ำฝน โดยข้อมูลจากเซนเซอร์จะถูกส่งผ่านเครือข่ายไร้สายไปยังระบบคลาวด์เพื่อประมวลผลและวิเคราะห์ เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ทำให้สามารถตัดสินใจในการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย หรือป้องกันโรคพืชได้อย่างทันท่วงที
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
- เพิ่มผลผลิตพืชผลได้ถึง 30%
- ลดการใช้น้ำลง 40%
- ลดต้นทุนค่าแรงงานและปุ๋ย
- ช่วยให้เกษตรกรวางแผนการผลิตได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ดร.สมชาย ใจดี หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า "เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในยุคที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อการเกษตร"
การทดสอบภาคสนาม
ทีมวิจัยได้ทดสอบระบบในแปลงทดลองที่จังหวัดนครราชสีมาและเชียงใหม่ ผลปรากฏว่า ระบบสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ และมีแผนจะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ
แผนการดำเนินงานในอนาคต
- พัฒนาเซนเซอร์ให้มีต้นทุนต่ำลงเพื่อให้เกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าถึงได้
- เพิ่มฟังก์ชันการวิเคราะห์โรคพืชโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อการวางแผนนโยบายเกษตร
โครงการนี้สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 ที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าทางการเกษตร และหวังว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้น



