ทีมนักวิจัยไทยจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเซ็นเซอร์ตรวจวัดสารเคมีอันตรายในอากาศแบบเรียลไทม์ โดยใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง หรือ IoT ซึ่งมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าเซ็นเซอร์นำเข้าถึง 3 เท่า
หลักการทำงานของเซ็นเซอร์ IoT
เซ็นเซอร์ดังกล่าวทำงานโดยการตรวจจับโมเลกุลของสารเคมีเป้าหมาย เช่น แอมโมเนีย ฟอร์มาลดีไฮด์ และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) เมื่อสารเคมีสัมผัสกับพื้นผิวของเซ็นเซอร์ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางไฟฟ้า ซึ่งถูกแปลงเป็นสัญญาณดิจิทัลและส่งไปยังระบบคลาวด์ผ่านเครือข่ายไร้สาย ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบค่าต่างๆ ได้ผ่านสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์แบบเรียลไทม์
ข้อได้เปรียบของนวัตกรรม
นอกจากต้นทุนที่ต่ำแล้ว เซ็นเซอร์นี้ยังมีขนาดเล็กกะทัดรัด ใช้พลังงานต่ำ และมีความแม่นยำสูงเทียบเท่ากับเซ็นเซอร์นำเข้าจากต่างประเทศ อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งให้ตรวจจับสารเคมีชนิดอื่นๆ ได้ตามความต้องการ ทำให้เหมาะสำหรับการติดตั้งในโรงงานอุตสาหกรรม อาคารสำนักงาน สถานศึกษา และบ้านเรือนทั่วไป
- ต้นทุนต่ำกว่าเซ็นเซอร์นำเข้าถึง 3 เท่า
- ตรวจจับสารเคมีได้หลายชนิด เช่น แอมโมเนีย ฟอร์มาลดีไฮด์ VOCs
- แจ้งเตือนผ่านมือถือเมื่อค่าสารเคมีเกินมาตรฐาน
- ใช้พลังงานต่ำ ขนาดเล็ก ติดตั้งง่าย
การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
นวัตกรรมนี้สามารถนำไปใช้ในหลายภาคส่วน เช่น โรงงานอุตสาหกรรมเพื่อตรวจสอบการรั่วไหลของสารเคมี อาคารสำนักงานเพื่อวัดคุณภาพอากาศภายใน ห้องเรียนเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน หรือแม้แต่ในบ้านเพื่อเฝ้าระวังแก๊สรั่วจากเตาแก๊สหรือสารเคมีจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
นอกจากนี้ ข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากเซ็นเซอร์ยังสามารถนำไปวิเคราะห์แนวโน้มและวางแผนป้องกันล่วงหน้าได้อีกด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการจัดการด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ทีมวิจัยเปิดเผยว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาเซ็นเซอร์ให้สามารถตรวจจับสารเคมีได้มากขึ้น และเพิ่มความแม่นยำในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง โดยคาดว่าจะสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า



