รู้จัก Michael Truell ซีอีโอ Cursor ทิ้ง MIT มาทำสตาร์ทอัพ จนเป็นมหาเศรษฐีวัย 25 ปี
รู้จัก Michael Truell ซีอีโอ Cursor ทิ้ง MIT สู่มหาเศรษฐีวัย 25

Michael Truell อัจฉริยะวัย 25 ปีที่ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐี มีทรัพย์สินกว่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากความสำเร็จของสตาร์ทอัพ Cursor ที่ถูกจับตามองโดยบิ๊กเทค Cursor กำลังอยู่ในช่วงเจรจาดีลกับ SpaceX ที่จะเข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพ AI Coding นี้ด้วยมูลค่ากว่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Cursor คือหนึ่งในสตาร์ทอัพที่เติบโตเร็วมากในซิลิคอนวัลเลย์ ก่อตั้งมาเพียง 4 ปี แต่สามารถทำรายได้กว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

SpaceX จ่อซื้อ Cursor มูลค่ามหาศาล

วันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่สร้างความน่าสนใจให้กับโลกสตาร์ทอัพอีกครั้ง เมื่อ SpaceX บริษัทอวกาศของ Elon Musk มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ประกาศชัดเจนว่า Cursor สตาร์ทอัพ AI Coding เจ้าหนึ่ง ได้ให้สิทธิ SpaceX ที่ตอนนี้มี xAI อยู่ภายใน เปิดทางให้เข้าซื้อกิจการได้ ซึ่งมูลค่าอาจสูงถึง 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือสูงกว่า 1.9 ล้านล้านบาท SpaceX ให้เหตุผลผ่านโพสต์ใน X ว่า "SpaceXAI กับ Cursor กำลังทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนา AI สำหรับงานเขียนโค้ดและงานเชิงความรู้ที่ดีที่สุดในโลก" ซึ่งเป็นอีกก้าวหนึ่งของ SpaceX ที่ต้องการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้เทียบชั้นคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในสนาม AI ที่ SpaceX ยังคงตามหลัง

Michael Truell อัจฉริยะผู้อยู่เบื้องหลัง Cursor

ความน่าสนใจของดีลนี้คือ ทำไม SpaceX ถึงยอมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลให้กับสตาร์ทอัพที่ก่อตั้งมาได้ไม่กี่ปี? Cursor นี้มีดีอะไร? และอีกหนึ่งความน่าสนใจ คือ มหาเศรษฐีใหม่ในวัยเพียง 25 ปี ผู้อยู่เบื้องหลัง เป็นทั้งผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทอย่าง Michael Truell ที่ความอัจฉริยะของชายคนนี้ทำให้ Cursor กลายเป็นสตาร์ทอัพด้าน AI ที่บิ๊กเทคต่างให้ความสนใจ ก่อตั้งขึ้นมาในปี 2022 และโตเร็วจนมีมูลค่ากว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหากดีลกับ SpaceX สำเร็จก็จะทะลุ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เส้นทางสู่อัจฉริยะ: จาก MIT สู่สตาร์ทอัพ

Michael Truell เติบโตในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยช่วงวัยเรียนเขาเข้าศึกษาที่ Horace Mann School โรงเรียนเอกชนชื่อดังเกรดเอลีทในย่าน Bronx ที่ส่งนักเรียนจำนวนมากเข้า Ivy Leagues ได้ ซึ่ง Michael Truell เขามีความสนใจด้านเทคโนโลยีมาตั้งแต่เด็ก และเริ่มเขียนโค้ดตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี เพื่อสร้างเกมมือถือของตัวเอง ตามที่เขาเคยให้สัมภาษณ์กับ Fortune จนกระทั่งอายุได้ 17 ปี ตามข้อมูลบน LinkedIn ของเขา เขาได้เข้าร่วมโครงการงานวิจัยฤดูร้อนใน MIT เกี่ยวกับ AI และสถิติในปี 2017 ซึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์กับ Fortune ไว้ว่า เขาคลั่งไคล้และสนใจเรื่องตัวเลขสถิติกับเรื่อง AI มายาวนาน และเดินหน้าศึกษาด้านนี้อย่างจริงจัง

หลังจากเรียนจบปีแรกที่ MIT เขาได้เข้าฝึกงานช่วงฤดูร้อนกับ Google ในวัยเพียง 18 ปี โดยในช่วงเวลานั้น เขาได้ทำงานเกี่ยวกับ Language Models สำหรับระบบจัดอันดับฟีด อีกทั้งในระหว่างการฝึกงาน Michael Truell ยังได้พบกับ Ali Partovi นักลงทุนยุคแรกของ Facebook และ Airbnb ที่ตอนนั้นกำลังคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ Neo Scholars โปรแกรมบ่มเพาะนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ และ Michael Truell ก็สามารถสร้างความประทับใจทันทีจากการทำแบบทดสอบเขียนโค้ดได้รวดเร็วเป็นสถิติ จนถึงขั้นที่ Ali Partovi ทำเครื่องหมายดาววงกลมที่ชื่อของ Truell ในรายชื่อผู้สมัคร ซึ่งหมายความว่า "เขาประทับใจมากจนพร้อมจะลงทุนในทุกโปรเจกต์ที่ Truell ทำ" ซึ่งต่อมา Truell ได้รับเลือกเป็น Neo Scholar ซึ่งรับเพียงปีละ 30 คนเท่านั้น และเมื่อเขาก่อตั้ง Cursor ขึ้นมา Partovi ก็กลายเป็นหนึ่งในนักลงทุนรายแรกของบริษัท

จุดเริ่มต้นของ Cursor

Michael Truell ในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ที่ MIT ได้จับมือกับเพื่อนร่วมคลาส ประกอบไปด้วย Aman Sanger, Sualeh Asif และ Arvid Lunnemark ที่มีความสนใจใน AI ตั้งแต่ก่อนที่ OpenAI จะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับอุตสาหกรรมด้วยการเปิดตัว ChatGPT ในปี 2022 หนึ่งปีก่อนหน้านั้นในปี 2021 ผู้ร่วมก่อตั้ง Cursor กำลังตั้งคำถามว่า พวกเขาควรจะเดินหน้าในโลก AI อย่างไร Truell เล่าในการให้สัมภาษณ์กับ Y Combinator เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ซึ่งในปีนั้นก็เป็นปีเดียวกับที่ Michael Truell ลาออกจาก MIT ในสาขาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์มาโฟกัสกับการทำ Cursor "ในปี 2021 เราพยายามหาคำตอบว่าเราควรทำอะไรกับความสนใจนี้" เขากล่าว "เราควรไปทำ AI ในสายวิชาการ? หรือไปเข้าร่วมกับทีม AI ใหญ่ ๆ ที่มีอยู่แล้ว? หรือควรสร้างบางอย่างของเราเอง?"

กระทั่งในปี 2022 ทั้ง 4 คนก็ได้คำตอบ ตามที่พวกเขาให้ความสนใจอย่างมากกับ GitHub Copilot ของ Microsoft ที่ได้เปิดตัวสำหรับนักพัฒนาในปีนั้น โดยพวกเขามองเห็นข้อจำกัดของโปรแกรม และเชื่อว่าสามารถพัฒนาให้ดีกว่านี้ได้ ในช่วงแรก ทีมผู้ก่อตั้งเลือกโฟกัสไปที่การสร้าง Copilot สำหรับวิศวกรเครื่องกล เนื่องจากมองว่าเป็นตลาดเฉพาะที่ยังเงียบและมีการแข่งขันต่ำ แต่หลังจากนั้นประมาณ 6 เดือน ทีมได้ตัดสินใจปรับเปลี่ยนมาสู่ AI Coding อย่างเต็มตัว ซึ่ง Truell ยอมรับว่าในตอนแรกพวกเขาพยายามหลีกเลี่ยง เพราะคิดว่าเป็นตลาดที่แข่งขันสูงเกินไป อย่างไรก็ตาม หลังจากไอเดียก่อนหน้าหลายอย่างไม่ประสบความสำเร็จ ทีมจึงต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ "เรารู้ตัวว่าเรารู้สึกตื่นเต้นกับอนาคตของการเขียนโค้ดจริง ๆ" เขากล่าว และก็เดินหน้าอย่างเต็มกำลังส่ง Cursor ไปเป็นสตาร์ทอัพด้าน AI Coding อย่างเต็มตัว

เติบโตเร็วกว่าบริษัทเทคยักษ์ใหญ่หลายราย

ความหลงใหลนั้นกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ Cursor เติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพที่มี Trajectory เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ซิลิคอนวัลเลย์ มูลค่าบริษัทพุ่งขึ้นแทบจะสอดคล้องกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI โดย Cursor ระดมทุนรอบแรกได้ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมิถุนายน 2024 จากนั้นภายในปี 2025 บริษัทสามารถระดมทุนเพิ่มได้อีก 3 รอบ รวมมูลค่า 3,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งขึ้นจาก 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี

Cursor เติบโตเร็วกว่าบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังหลายรายในอดีต ตัวอย่างเช่น Slack ที่ใช้เวลาประมาณ 2 ปีครึ่งในการสร้างรายได้แตะ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่ Dropbox ใช้เวลานานถึง 4 ปี แต่ Cursor ใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ปี 8 เดือน หลังจากเปิดตัวผลิตภัณฑ์แรกในต้นปี 2023 ก็สามารถแตะรายได้ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีได้สำเร็จในเดือนมกราคม 2025 และในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ รายได้ต่อปีของบริษัทก็ทะลุ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว ตามรายงานของ Fortune

สำหรับ Cursor คือผู้ช่วยเขียนโค้ดที่มาพร้อมกับ IDE หรือ Integrated Development Environment ของตัวเอง โดยมี AI เป็นศูนย์กลางฝังอยู่ในระบบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ผู้ใช้เขียนโค้ดได้เร็วขึ้น โดยคาดการณ์ล่วงหน้าว่าผู้ใช้กำลังจะเขียนอะไรต่อ และล่าสุดกับการเปิดตัว Cursor 3 บริษัทได้พัฒนาไปอีกขั้นสู่ Agentic Coding ที่ AI สามารถเขียนโค้ดได้เองภายใต้คำสั่งกว้าง ๆ จากผู้ใช้ ถือเป็นการขยับขึ้นมาแข่งขันกับ Claude Code ของ Anthropic ที่เปิดตัวมาก่อนหน้าเพียงปีเดียว แต่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่นักพัฒนา

ปัจจุบัน Cursor มีพนักงานมากกว่า 300 คน และมีบริษัทในกลุ่ม Fortune 500 ถึง 67% ที่ใช้งานเทคโนโลยีของบริษัท ซึ่งลูกค้าของ Cursor มีทั้งบริษัทชั้นนำระดับโลก เช่น Salesforce, Samsung และ Budweiser ใช้งาน ซึ่ง Michael Truell ในฐานะซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง ก็ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของ Cursor ทำให้ช่วงพฤศจิกายน 2025 เขาขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีในวัยเพียง 25 ปีด้วยความมั่งคั่งสุทธิกว่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามรายงานของ Forbes