ลุฟท์ฮันซาประกาศยกเลิกเที่ยวบินกว่า 20,000 เที่ยว จนถึงเดือนตุลาคม รับมือวิกฤตราคาเชื้อเพลิงพุ่ง
ลุฟท์ฮันซา กรุ๊ป ของเยอรมนี ได้ประกาศมาตรการสำคัญในการยกเลิกเที่ยวบินระยะสั้นของสายการบินในเครือรวมกว่า 20,000 เที่ยวบิน ยาวไปจนถึงเดือนตุลาคม เพื่อรับมือกับปัญหาราคาเชื้อเพลิงอากาศยานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงในยุโรป อันเนื่องมาจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดกับอิหร่านที่ส่งผลต่อการขนส่งน้ำมัน
เริ่มยกเลิกเที่ยวบินรายวัน 120 เที่ยว ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา
ลุฟท์ฮันซาได้แถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (21 เมษายน 2569) ว่า ได้เริ่มยกเลิกเที่ยวบินรายวัน 120 เที่ยวแรก ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา โดยจะมีผลไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการลดตารางบินเพื่อประหยัดน้ำมันและปรับตัวกับสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
ช่วยประหยัดน้ำมันได้ประมาณ 40,000 เมตริกตัน
ลุฟท์ฮันซา กรุ๊ป ซึ่งประกอบด้วยสายการบินมากมาย เช่น ลุฟท์ฮันซา, สวิส อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์, ออสเตรียน แอร์ไลน์ และสายการบินอื่น ๆ ระบุว่า การยกเลิกเที่ยวบินเหล่านี้จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ประมาณ 40,000 เมตริกตัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความพยายามในการลดต้นทุนและรักษาสภาพแวดล้อมการดำเนินงานให้ยั่งยืน
สายการบินทั่วโลกปรับลดตารางบิน หลังราคาเชื้อเพลิงพุ่งเกือบเท่าตัว
ความเคลื่อนไหวของลุฟท์ฮันซาเกิดขึ้นในขณะที่สายการบินทั่วโลกต่างกำลังปรับลดตารางบินในเส้นทางที่เคยทำกำไรได้ในช่วงที่ราคาเชื้อเพลิงต่ำ แต่กลับขาดทุนในปัจจุบัน เนื่องจากราคาเฉลี่ยของน้ำมันอากาศยานพุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัวนับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สถานการณ์นี้ส่งผลให้อุตสาหกรรมการบินต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนและความเสี่ยงด้านการเงินเพิ่มขึ้น
ยุโรปเสี่ยงขาดแคลนเชื้อเพลิง อาจต้องจัดสรรปันส่วนน้ำมัน
นอกจากนั้น ยุโรปซึ่งต้องนำเข้าน้ำมันอากาศยานประมาณ 70% ของปริมาณการใช้ทั้งหมด อาจต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงและอาจถึงขั้นต้องมีการจัดสรรปันส่วนน้ำมันในสัปดาห์หน้า เนื่องจากก่อนเกิดสงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยุโรปนำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่มาจากภูมิภาคตะวันออกกลาง สถานการณ์นี้ทำให้ภาคการบินในยุโรปต้องเร่งหามาตรการรับมือเพื่อหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักในการให้บริการ
โดยสรุป การประกาศยกเลิกเที่ยวบินของลุฟท์ฮันซาเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงผลกระทบรุนแรงจากสงครามในตะวันออกกลางต่ออุตสาหกรรมการบินโลก และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของมาตรการอื่น ๆ จากสายการบินรายใหญ่เพื่อปรับตัวกับวิกฤตราคาเชื้อเพลิงที่ยังคงดำเนินต่อไป



