แม่ค้าผู้เช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าสยามพารากอน ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เธอถูกไล่ออกจากพื้นที่เช่า หลังจากที่เธอถ่ายคลิปวิดีโอขณะที่ลูกค้ากำลังขโมยสินค้าจากร้านของเธอ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา
แม่ค้าเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี เจ้าของร้านขายเครื่องประดับในศูนย์การค้าสยามพารากอน เล่าว่า ขณะที่เธอกำลังดูแลร้านอยู่ ได้สังเกตเห็นลูกค้าคนหนึ่งมีพฤติกรรมน่าสงสัย จึงตัดสินใจถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน ปรากฏว่าในคลิปเห็นลูกค้าคนดังกล่าวหยิบสร้อยคอมูลค่า 5,000 บาท ใส่กระเป๋าแล้วเดินออกจากร้านไปโดยไม่จ่ายเงิน
นางสาวเอกล่าวว่า “ฉันรู้สึกตกใจมากที่เห็นลูกค้าขโมยของในร้าน ฉันจึงรีบถ่ายคลิปไว้เพื่อเป็นหลักฐาน หลังจากนั้นฉันได้แจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้าง แต่กลับถูกตำหนิว่าทำผิดกฎของห้างที่ห้ามถ่ายคลิปภายในพื้นที่ศูนย์การค้า”
ห้างชี้แจงเหตุผลในการไล่ออก
ทางศูนย์การค้าสยามพารากอนได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า การที่แม่ค้าถูกไล่ออกจากพื้นที่เช่านั้นเป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญาเช่า ซึ่งระบุชัดเจนว่าห้ามผู้เช่าถ่ายคลิปวิดีโอหรือบันทึกภาพภายในศูนย์การค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความปลอดภัยของห้าง
“เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของลูกค้าและผู้เช่าทุกท่าน การถ่ายคลิปโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น และอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายได้” โฆษกของสยามพารากอนกล่าว
แม่ค้ามองไม่เป็นธรรม
นางสาวเอกล่าวว่า เธอรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเธอเพียงแค่พยายามปกป้องสินค้าของตัวเองจากการถูกขโมย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในห้างสรรพสินค้า “ฉันเข้าใจว่าห้างมีกฎ แต่การที่ฉันถูกไล่ออกเพราะถ่ายคลิปคนร้ายที่ขโมยของ มันไม่สมเหตุสมผลเลย ฉันควรได้รับการชื่นชมที่ช่วยป้องกันอาชญากรรม ไม่ใช่ถูกลงโทษ”
นางสาวเอยังเปิดเผยว่า เธอได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกำลังปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย
นายสมชาย วงศ์วิวัฒน์ ทนายความด้านสิทธิผู้บริโภค กล่าวว่า กรณีนี้เป็นประเด็นที่ซับซ้อน เนื่องจากสัญญาเช่าระหว่างแม่ค้ากับห้างมีผลผูกพันตามกฎหมาย แต่การที่แม่ค้าถูกไล่ออกเพราะถ่ายคลิปคนร้าย อาจถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตของห้าง หากแม่ค้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าการถ่ายคลิปนั้นเป็นไปเพื่อป้องกันทรัพย์สินของตนและไม่ได้ละเมิดสิทธิของผู้อื่นอย่างร้ายแรง
“โดยหลักแล้ว ห้างมีสิทธิ์กำหนดกฎเกณฑ์ภายในพื้นที่ของตน แต่กฎเหล่านั้นต้องไม่ขัดต่อกฎหมายและไม่เป็นการจำกัดสิทธิโดยไม่เป็นธรรม หากแม่ค้าสามารถแสดงให้เห็นว่าการถ่ายคลิปเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันการโจรกรรม ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจริง ศาลอาจมองว่าการไล่ออกนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย” นายสมชายกล่าว
ผลกระทบต่อผู้เช่ารายอื่น
เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับผู้เช่ารายอื่นในศูนย์การค้าสยามพารากอน หลายคนแสดงความเห็นว่ากฎของห้างที่ห้ามถ่ายคลิปทำให้พวกเขาไม่สามารถปกป้องสินค้าของตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ปัญหาการขโมยสินค้าในห้างสรรพสินค้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
นางสาวบี (นามสมมุติ) เจ้าของร้านเสื้อผ้าอีกรายกล่าวว่า “ฉันเข้าใจว่าห้างต้องการรักษาภาพลักษณ์ แต่เราก็ต้องปกป้องสินค้าของเราเหมือนกัน การที่ห้างห้ามถ่ายคลิป ทำให้เราต้องพึ่งพาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว ซึ่งบางครั้งก็ไม่เพียงพอ”
ขณะนี้ เรื่องดังกล่าวกำลังเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ โดยมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากแสดงความคิดเห็นสนับสนุนแม่ค้า และเรียกร้องให้สยามพารากอนทบทวนนโยบายของตน



