เปิดใจหญิงไทยถูกสามีจีนทุบตีจนเจ็บสาหัส เล่าเหตุการณ์นาทีระทึก
เปิดใจหญิงไทยถูกสามีจีนทุบตีจนเจ็บสาหัส

หญิงไทยรายหนึ่งถูกสามีชาวจีนทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงจนได้รับบาดเจ็บสาหัสในประเทศจีน เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน โดยหญิงไทยรายนี้ถูกสามีใช้หมัดและเท้าเข้าทำร้ายบริเวณใบหน้าและลำตัว จนมีรอยฟกช้ำและบวมทั่วตัว

รายละเอียดเหตุการณ์

นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี เล่าว่า สามีของเธอซึ่งเป็นชาวจีนอายุ 40 ปี ได้เริ่มมีปากเสียงกับเธอหลังจากกลับจากงานเลี้ยง จากนั้นก็ใช้กำลังทำร้ายเธอโดยไม่ยั้ง เธอถูกต่อยที่ใบหน้าหลายครั้งและถูกเตะที่ท้องจนล้มลง เธอพยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่สามีกลับขังเธอไว้ในห้องและไม่ให้ออกไป

“เขาทำร้ายฉันเหมือนฉันไม่ใช่มนุษย์ ฉันกรีดร้องแต่ไม่มีใครได้ยิน ฉันกลัวว่าจะตายอยู่ในห้องนั้น” นางสาวเอกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การช่วยเหลือและผลกระทบ

เพื่อนบ้านได้ยินเสียงดังจึงแจ้งตำรวจ เจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุและช่วยเหลือหญิงไทยออกมาได้ เธอถูกนำส่งโรงพยาบาลในสภาพบาดเจ็บสาหัส แพทย์วินิจฉัยว่ามีกระดูกซี่โครงร้าว 2 ซี่ และมีเลือดออกภายในช่องท้อง ต้องเข้ารับการรักษาตัวในห้องไอซียูเป็นเวลา 3 วัน

สามีถูกควบคุมตัวและให้การรับสารภาพว่าได้ทำร้ายร่างกายภรรยาจริง โดยอ้างว่าเมาสุราและเสียใจกับการกระทำของตน เจ้าหน้าที่ตำรวจจีนแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี

ปฏิกิริยาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครเฉิงตู ได้เข้าให้ความช่วยเหลือหญิงไทยรายดังกล่าว โดยประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อติดตามคดีและให้การดูแลด้านกฎหมาย โฆษกสถานกงสุลฯ กล่าวว่า “เราให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของคนไทยในต่างประเทศ และจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม”

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มุมมองทางสังคม

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นกับแรงงานหญิงไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะในจีนที่มีจำนวนแรงงานไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์กรสตรีไทยในจีนเรียกร้องให้มีการคุ้มครองสิทธิของแรงงานหญิงและให้ความรู้เกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือเมื่อเผชิญกับความรุนแรง

นางสาวเอกล่าวทิ้งท้ายว่า “ฉันอยากให้ผู้หญิงทุกคนกล้าที่จะพูดออกมาและไม่ยอมทนกับความรุนแรง ฉันหวังว่าคดีนี้จะเป็นตัวอย่างให้คนอื่นไม่ต้องเจอชะตากรรมเดียวกับฉัน”