โศกนาฏกรรมตุรกี! นักเรียนวัย 14 ปี บุกยิงโรงเรียน สังหารเหยื่อ 9 ศพ บาดเจ็บ 13
นักเรียน 14 ปี บุกยิงโรงเรียนตุรกี เสียชีวิต 9 ศพ บาดเจ็บ 13

โศกนาฏกรรมซ้ำรอย! นักเรียนวัย 14 ปี บุกยิงโรงเรียนตุรกี สังหารเหยื่อ 9 ศพ บาดเจ็บ 13

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 เกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนที่สร้างความสะเทือนใจอย่างรุนแรงในจังหวัดคาฮ์รามันมารัช ทางตอนใต้ของตุรกี โดยนักเรียนชายวัยเพียง 14 ปี ได้บุกเข้าไปในโรงเรียนแห่งหนึ่งและเปิดฉากยิงภายในห้องเรียนของนักเรียนประถมปลายอายุราว 10-11 ปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีถึง 9 คน ประกอบด้วยนักเรียน 8 คน และครูอีก 1 คน พร้อมกับมีผู้บาดเจ็บอีก 13 คน เจ้าหน้าที่เร่งนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลท่ามกลางความตื่นตระหนกและเสียงกรีดร้องของผู้ปกครองที่รีบเร่งเดินทางมายังที่เกิดเหตุ

รายละเอียดเหตุการณ์และอาวุธปืนที่ใช้

ทางการท้องถิ่นเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุพกพาอาวุธปืนถึง 5 กระบอก พร้อมซองกระสุนอีก 7 ชุด ซึ่งเชื่อว่าเป็นของพ่อที่เป็นอดีตนายตำรวจที่เกษียณอายุแล้ว โดยผู้ก่อเหตุเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แม้ว่าตุรกีจะมีกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่ค่อนข้างเข้มงวด โดยอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไปและมีใบอนุญาตเท่านั้นที่สามารถครอบครองอาวุธได้ แต่ในทางปฏิบัติอาวุธปืนยังคงมีการแพร่กระจายอยู่ทั่วไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงจำนวนมากได้รับอนุญาตให้พกพาและเป็นเจ้าของอาวุธได้ สถานีโทรทัศน์ตุรกีรายงานเพิ่มเติมว่า พ่อของผู้ก่อเหตุถูกควบคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมแล้ว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เหตุกราดยิงครั้งที่ 2 ใน 2 วัน สร้างความหวาดกลัวทั่วภูมิภาค

นับเป็นเหตุกราดยิงในสถานศึกษาครั้งที่ 2 ของประเทศภายในเวลาเพียงสองวัน สร้างความตื่นตระหนกและหวาดกลัวไปทั่วภูมิภาคที่ปกติแทบจะไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงในลักษณะนี้มาก่อน โดยเกิดขึ้นต่อเนื่องจากเหตุกราดยิงในจังหวัดชานลึอูร์ฟาเมื่อวันก่อน ซึ่งมีผู้บาดเจ็บ 16 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตุรกี ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการก่อเหตุเฉพาะบุคคล โดยฝีมือของนักเรียนเพียงคนเดียว ไม่ใช่เหตุการณ์ก่อการร้าย พร้อมให้คำมั่นว่าจะวางมาตรการป้องกันที่จำเป็นอย่างเร่งด่วนหลังจากเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนติดต่อกันถึงสองวัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่งในตุรกี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เหตุการณ์ครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการเข้าถึงอาวุธปืนและความรุนแรงในสังคม แม้จะมีกฎหมายควบคุมที่เข้มงวดก็ตาม ผู้ปกครองหลายคนยังคงอยู่ในภาวะช็อกและไม่ทราบชะตากรรมของลูกตนเอง ทางการตุรกีกำลังเร่งสอบสวนและหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นนี้อีกในอนาคต