ช็อก! พบศพหญิงถูกฆ่าหมกถังเก็บน้ำ อ.พนัสนิคม คาดฝีมือคนคุ้นเคย
ช็อก! พบศพหญิงถูกฆ่าหมกถังเก็บน้ำ อ.พนัสนิคม

เกิดเหตุสลดขึ้นเมื่อพบศพหญิงสาวถูกฆ่าตายแล้วนำไปหมกในถังเก็บน้ำภายในพื้นที่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนขวัญให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

รายละเอียดเหตุการณ์

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคม ได้รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิตภายในถังเก็บน้ำ บริเวณบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลหน้าพระธาตุ หลังจากรับแจ้งจึงได้ประสานแพทย์นิติเวชและหน่วยกู้ภัยเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น ภายในบริเวณบ้านมีถังเก็บน้ำขนาดความจุประมาณ 2,000 ลิตร ตั้งอยู่ด้านข้างบ้าน เจ้าหน้าที่พบศพหญิงสาวอายุประมาณ 30-40 ปี สภาพศพถูกมัดมือมัดเท้าด้วยเชือกและถูกห่อด้วยผ้าห่ม สภาพศพเริ่มเน่าเปื่อย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 3-5 วัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

หลักฐานในที่เกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบร่องรอยการต่อสู้ภายในบ้าน รวมถึงคราบเลือดบริเวณพื้นห้องนอน นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการลากถังน้ำจากจุดเกิดเหตุไปยังที่ตั้งถังน้ำ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ เช่น เส้นผม รอยนิ้วมือแฝง และดีเอ็นเอ เพื่อใช้ในการสืบสวน

จากการสอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า ผู้ตายพักอาศัยอยู่กับสามีในบ้านหลังดังกล่าว แต่ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาไม่มีใครเห็นสามีของผู้ตายออกมาจากบ้าน ทำให้เพื่อนบ้านเริ่มสงสัยและแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบจนพบศพ

แนวทางการสืบสวน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากการถูกทำร้ายร่างกาย และคาดว่าผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลที่รู้จักกับผู้ตาย เนื่องจากไม่มีร่องรอยการงัดแงะหรือการบุกรุกจากภายนอกบ้าน นอกจากนี้ยังพบว่าทรัพย์สินมีค่าบางอย่างภายในบ้านหายไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

พ.ต.อ. สมชาย ใจดี ผู้กำกับการ สภ.พนัสนิคม เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวสามีของผู้ตายมาสอบปากคำ เนื่องจากเป็นบุคคลสุดท้ายที่พบเห็นผู้ตายก่อนเกิดเหตุ และยังไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่วันที่พบศพ

การดำเนินคดี

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและจะออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนเพิ่มเติม หากพบว่าผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตครั้งนี้จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก หลายคนเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว