เกิดเหตุสะเทือนขวัญเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 เวลาประมาณ 11.30 น. นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ได้ใช้อาวุธปืนกราดยิงภายในโรงเรียน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุการณ์สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักเรียนและครูในโรงเรียนเป็นอย่างมาก
รายละเอียดเหตุการณ์
จากข้อมูลเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนชายชั้น ม.3 ซึ่งมีปัญหาทะเลาะวิวาทกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน ก่อนจะนำอาวุธปืนที่ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋านักเรียนมาก่อเหตุในห้องเรียน ขณะที่กำลังมีการเรียนการสอนอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด ได้รับแจ้งเหตุและรุดไปยังที่เกิดเหตุทันที พร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมแพทย์
ผู้เสียชีวิตเป็นนักเรียนชายชั้น ม.3 เช่นกัน ถูกยิงเข้าที่ศีรษะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย เป็นนักเรียนชายชั้น ม.3 และนักเรียนหญิงชั้น ม.4 ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแม่สอดในสภาพอาการสาหัส
การควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ
หลังก่อเหตุ ผู้ก่อเหตุได้พยายามหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวและควบคุมตัวไว้ได้ภายในบริเวณโรงเรียน โดยไม่มีการต่อต้าน จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุให้การว่าเกิดจากความโกรธแค้นที่ถูกเพื่อนรังแกและกลั่นแกล้งมาเป็นเวลานาน จึงตัดสินใจนำปืนของพี่ชายมาก่อเหตุ
พล.ต.ต.ชัชชัย บุญชู ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก เปิดเผยว่า "ขณะนี้ผู้ก่อเหตุอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ เรากำลังสอบสวนเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงเส้นทางการได้มาของอาวุธปืน"
ผลกระทบและการเยียวยา
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคม โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอแม่สอด ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจการค้าชายแดนติดกับเมียนมา โรงเรียนได้ประกาศหยุดการเรียนการสอนทันที และจัดทีมจิตแพทย์เข้าดูแลนักเรียนที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจ
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้โรงพยาบาลแม่สอดและทีมแพทย์จิตเวชลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน พร้อมทั้งประสานกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อหารือมาตรการป้องกันเหตุรุนแรงในโรงเรียน
มาตรการป้องกันในอนาคต
จากเหตุการณ์นี้ กระทรวงศึกษาธิการมีแผนที่จะทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนทั่วประเทศ โดยเฉพาะการตรวจสอบอาวุธและสิ่งของต้องห้ามที่นักเรียนนำเข้ามาในโรงเรียน รวมถึงการจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีปัญหาทางอารมณ์หรือพฤติกรรมเสี่ยง
ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจในพื้นที่เสี่ยงเพิ่มความถี่ในการตรวจตราและให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับโทษของการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ



