ศาลสั่งจำคุก 5 ปี หนุ่มแสบข่มขืนสาวในซอยเปลี่ยว จ.นครราชสีมา
ศาลสั่งจำคุก 5 ปี หนุ่มแสบข่มขืนสาวในซอยเปลี่ยว

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดนครราชสีมาได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 1234/2567 ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมชาย (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราและทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 02.00 น. ในซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่งในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

รายละเอียดคดี

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2567 นางสาวอรอนงค์ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ว่าถูกชายคนร้ายซึ่งเป็นคนรู้จักกันมาก่อนล่อลวงไปส่งที่บ้าน แต่กลับพาไปยังซอยเปลี่ยวและใช้กำลังบังคับข่มขืน ก่อนจะหลบหนีไป เหยื่อถูกทำร้ายร่างกายมีรอยฟกช้ำตามแขนและขา และได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมนายสมชายได้ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา หลังจากหลบหนีไปได้ 3 วัน

คำพิพากษา

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่า พยานโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะคำเบิกความของเหยื่อที่สอดคล้องกับรายงานแพทย์และผลตรวจร่างกาย ขณะที่จำเลยให้การปฏิเสธแต่ไม่มีพยานหลักฐานมาหักล้าง จึงพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคหนึ่ง และมาตรา 295 ลงโทษจำคุก 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่เหยื่อเป็นเงิน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อเหยื่อ

นางสาวอรอนงค์เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุเธอมีอาการหวาดกลัวและไม่กล้าออกจากบ้านตามลำพัง ต้องเข้ารับการบำบัดทางจิตใจจากแพทย์อย่างต่อเนื่อง ครอบครัวและเพื่อนๆ ให้กำลังใจอย่างดี เธอหวังว่าคดีนี้จะเป็นอุทาหรณ์เตือนสติผู้หญิงทุกคนให้ระมัดระวังตัวในการเดินทางในเวลากลางคืน และไม่ควรไว้ใจคนรู้จักมากเกินไป

ข้อคิดจากคดี

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมทางเพศในสังคมไทยที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในพื้นที่เปลี่ยวและเวลากลางคืน ผู้หญิงควรหลีกเลี่ยงการเดินคนเดียวในที่เปลี่ยว และควรแจ้งให้คนใกล้ชิดทราบเส้นทางหรือใช้บริการแท็กซี่หรือรถโดยสารสาธารณะที่ปลอดภัย หากพบเหตุการณ์ไม่ปกติควรรีบแจ้งตำรวจทันทีที่หมายเลข 191 หรือ 1599 สายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม