เกิดเหตุสลดใจเมื่อหญิงสาววัย 33 ปี ซึ่งเป็นอาสาสมัครกู้ภัย ถูกอดีตสามีซึ่งเป็นอดีตทหารพรานใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตภายในรถยนต์ส่วนตัว บริเวณริมถนนในเขตเทศบาลนครยะลา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา
รายละเอียดเหตุการณ์
ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยะลา เหตุเกิดเวลาประมาณ 18.00 น. บนถนนสายหนึ่งในพื้นที่ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ผู้เสียชีวิตคือ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ทำงานเป็นอาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่ ขณะเกิดเหตุเธอนั่งอยู่ในรถยนต์เก๋งสีขาว ซึ่งจอดอยู่ข้างทาง โดยมีนายบี (นามสมมุติ) อดีตสามีวัยประมาณ 40 ปี ซึ่งเคยเป็นทหารพรานมาก่อน เป็นผู้ก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงเข้าที่ศีรษะของเธอหลายนัด ทำให้เสียชีวิตทันที
หลังก่อเหตุ นายบีได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัว โดยมีพยานในที่เกิดเหตุหลายรายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง เนื่องจากมีปัญหาความสัมพันธ์และเรื่องส่วนตัว
ข้อมูลเพิ่มเติม
จากข้อมูลเบื้องต้น ผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุเคยเป็นสามีภรรยากัน แต่ได้หย่าร้างกันไปแล้วระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ยังคงมีปัญหาขัดแย้งกันอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้
“เธอเป็นคนจิตใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น ใครเดือดร้อนก็พร้อมจะช่วยเสมอ ไม่นึกเลยว่าจะมาจบชีวิตแบบนี้” เพื่อนร่วมงานของ น.ส.เอ กล่าวด้วยความเศร้าโศก
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานจากที่เกิดเหตุ รวมทั้งกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน
ผลกระทบและความกังวล
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะครอบครัวของอาสาสมัครกู้ภัยที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและการใช้อาวุธปืนของบุคคลที่เคยรับราชการ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
ด้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งให้คำปรึกษาด้านจิตใจแก่ญาติ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ โดยมีการตั้งจุดตรวจและสกัดกั้นตามเส้นทางต่างๆ คาดว่าจะสามารถจับกุมตัวได้ในเร็ววัน



