ฝ่ายค้านยื่นคำร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพรก.กู้เงิน4แสนล้าน
ฝ่ายค้านยื่นศาลรธน.วินิจฉัยพรก.กู้เงิน4แสนล้าน

ฝ่ายค้านยื่นคำร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพ.ร.ก.กู้เงิน4แสนล้าน

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นหนังสือถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรคหนึ่ง หรือไม่

นายโสภณ กล่าวว่า ตนมีหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย โดยจะใช้เวลา 3 วันในการตรวจสอบคำร้องก่อนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะยื่นก่อนวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ซึ่งเป็นวันที่มีวาระการพิจารณาของสภาฯ เกี่ยวกับการตราพ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าว แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด

นายณัฐพงษ์ เปิดเผยว่า พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเสรีรวมไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ได้ร่วมกันเข้าชื่อยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 เพื่อให้ประธานสภาฯ ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีประเด็นสำคัญคือต้องการให้ประชาชนช่วยตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล โดยเฉพาะการสอดไส้เงินกู้ 2 แสนล้านบาทที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เนื่องจากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ซึ่งถูกนำมาไว้ในพ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ โดยใช้เรื่องเงินเยียวยาเป็นตัวประกัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เนื้อหาในคำร้องประกอบด้วยข้อมูลหลายส่วน เช่น แผน PDP และแผนเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ซึ่งฝ่ายค้านเชื่อว่าหากศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยจะเห็นว่าการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานสามารถดำเนินการผ่านระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ ไม่จำเป็นต้องออกพ.ร.ก.กู้เงินในลักษณะนี้ นอกจากนี้ ฝ่ายค้านยังเห็นว่าการออกมาตรการเยียวยาไม่จำเป็นต้องใช้พ.ร.ก.กู้เงิน หรืออาจใช้มาตรการลดภาษีสรรพสามิตแทน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แม้กฎหมายจะมีผลบังคับใช้แล้วนับตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ในคำร้องขอให้ศาลฯ มีคำสั่งเบื้องต้นหากรับคำร้องไว้พิจารณา เนื่องจากพ.ร.ก.ฉบับนี้เป็นพ.ร.ก.กู้เงิน หากรัฐบาลดำเนินการกู้เงินและใช้จ่ายไปก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยว่าพ.ร.ก.ไม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้น อาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับเงินที่ใช้ไปแล้วว่าจะเรียกคืนหรือไม่ ดังนั้นคำร้องจึงพยายามให้รัดกุม โดยขอให้ศาลมีคำสั่งเฉพาะหน้าว่าระงับการเบิกจ่ายในส่วนก้อน 2 แสนล้านบาทที่เห็นว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน

นายณัฐพงษ์ อธิบายว่า การร้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 วรรคหนึ่ง เกี่ยวกับเหตุความจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งเชื่อมโยงกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเขียนคำร้องจึงเป็นไปตามบทบัญญัติ โดยตั้งคำถามว่าการกู้ 2 แสนล้านบาทเพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานด้วยพ.ร.ก.กู้เงิน เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จริงหรือไม่ หรือควรดำเนินการผ่านงบประมาณปกติ เพราะการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานต้องใช้เวลาหลายปี การใช้งบประมาณปกติจึงไม่ทำให้ความมั่นคงทางเศรษฐกิจแย่ลง

หัวหน้าพรรคประชาชนยังเปิดเผยว่า จะเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามการใช้จ่ายงบประมาณตามพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยหวังว่ารัฐบาลจะไม่โหวตคว่ำการตั้งกรรมาธิการชุดนี้ เพราะที่ผ่านมามีข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ที่มีคณะกรรมการคัดกรองน้อยชั้น ต่างจากกระบวนการปกติที่ต้องผ่านสภาฯ หากรัฐบาลไม่มีเจตนาปกปิดหรือสอดไส้ ก็ไม่จำเป็นต้องโหวตคว่ำ

นายกรณ์ จาติกวณิช กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการออกพ.ร.ก.ดังกล่าว โดยย้ำให้ประชาชนเข้าใจว่าการกู้เงินของรัฐบาลเป็นเรื่องปกติ แต่มีข้อจำกัดตามกฎหมายหนี้สาธารณะ ซึ่งในปี 2570 รัฐบาลเตรียมเสนองบประมาณขาดดุลถึง 8 แสนล้านบาท แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 172 เปิดให้กู้ได้ในกรณีวิกฤตทางเศรษฐกิจเท่านั้น ฝ่ายค้านจึงเห็นว่าต้องตรวจสอบว่านอกจากการขาดดุลที่สูงที่สุด รัฐบาลมีเจตนาออกพ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติมสอดคล้องกับกฎหมายหรือไม่ จากการศึกษาเปรียบเทียบกับการออกพ.ร.ก.ในอดีต เช่น วิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2552 และวิกฤตโควิด-19 ปี 2563 พบว่าการออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านของรัฐบาลนี้ไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขที่กำหนดไว้

นายกรณ์ ยังกล่าวถึงเงื่อนไขสำคัญคือผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยอ้างถึงมาตรา 53 ในกฎหมายวินัยการเงินการคลังที่ระบุชัดเจนว่าการออกพ.ร.ก.จะทำได้ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น