แม่ค้าผัดไทยประจวบฯ แจ้งจับตำรวจ หลังถูกข่มขู่รีดไถเงิน 20,000 บาท
แม่ค้าผัดไทยประจวบฯ แจ้งจับตำรวจ หลังถูกข่มขู่รีดไถ

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี แม่ค้าผัดไทยชื่อดังในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ หลังจากถูกชายไม่ทราบชื่ออ้างตัวเป็นตำรวจข่มขู่เรียกรับเงินจำนวน 20,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือคดีความ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นางสาวเอ เล่าว่า เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะกำลังขายผัดไทยอยู่ที่ร้านในตลาดสดเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ มีชายอายุประมาณ 40-50 ปี เดินเข้ามาหา พร้อมแสดงบัตรที่อ้างว่าเป็นบัตรตำรวจ ชายคนดังกล่าวกล่าวหาว่านางสาวเอมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีค้ายาเสพติด และขอให้จ่ายเงิน 20,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี พร้อมข่มขู่ว่าหากไม่ยอมจ่าย จะถูกทำร้ายร่างกายและถูกจับกุมทันที

การแจ้งความ

นางสาวเอ รู้สึกกลัวและตกใจ จึงตัดสินใจไปแจ้งความที่ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยมีหลักฐานเป็นคลิปเสียงจากการสนทนากับชายคนดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องไว้และจะดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุต่อไป

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากสังคม

เหตุการณ์นี้สร้างความวิตกให้กับผู้ค้าในพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าอาจมีผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่ถูกข่มขู่ในลักษณะเดียวกัน นางสาวเอ กล่าวว่า อยากให้ตำรวจจับตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุซ้ำอีก พร้อมฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้าทุกคนให้ระมัดระวังตัว และไม่ควรจ่ายเงินให้กับผู้ที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่โดยไม่ตรวจสอบให้แน่ชัด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

คำแนะนำจากตำรวจ

พ.ต.อ. สมชาย (นามสมมติ) รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นการแอบอ้างเป็นเจ้าพนักงาน ซึ่งเป็นความผิดอาญา ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และหากพบเห็นเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ให้แจ้งตำรวจทันที พร้อมทั้งบันทึกภาพหรือเสียงไว้เป็นหลักฐาน

มาตรการป้องกัน

ทางตำรวจได้เพิ่มมาตรการตรวจตราในพื้นที่ตลาดและแหล่งชุมชน เพื่อป้องกันเหตุการณ์คล้ายคลึงกัน รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้ถึงสิทธิของตนเอง และวิธีการตรวจสอบตัวตนของเจ้าหน้าที่ที่แท้จริง

นางสาวเอ หวังว่าคดีนี้จะคลี่คลายโดยเร็ว และขอให้ผู้ที่คิดจะกระทำผิดลักษณะนี้เลิกพฤติกรรม เพราะจะสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้บริสุทธิ์