ตำรวจสอบปากคำคู่กรณีสาวโรงงานยิงสู้ตำรวจดับ
ตำรวจสอบปากคำคู่กรณีสาวโรงงานยิงสู้ตำรวจดับ

พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีสาวโรงงานก่อเหตุยิงสามีได้รับบาดเจ็บ ก่อนยิงชิงตัวลูกสาวจากโรงพยาบาล และยิงสู้กับตำรวจจนเสียชีวิตว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานและคู่กรณีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสามีของผู้ก่อเหตุที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน

สอบปากคำสามีผู้บาดเจ็บและพยาน

พ.ต.อ.เอกชัย บุญอารยะ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 กล่าวว่า ได้สอบปากคำสามีของผู้ก่อเหตุแล้ว ซึ่งให้การว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องปัญหาครอบครัว และภรรยามีอาการทางประสาท เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่ไม่ต่อเนื่อง ทำให้เกิดความเครียดสะสม และก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

เหตุการณ์ยิงสามีและชิงตัวลูก

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 09.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงภายในบ้านพักในซอยลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ที่เกิดเหตุพบชายอายุ 35 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บ 2 นัด ที่บริเวณลำตัวและแขน เจ้าหน้าที่จึงนำส่งโรงพยาบาลลาดพร้าว ต่อมาทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นภรรยาของผู้บาดเจ็บ อายุ 29 ปี ทำงานเป็นพนักงานโรงงาน หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไปพร้อมกับลูกสาววัย 3 ขวบ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ชิงตัวลูกจากโรงพยาบาล

ต่อมาเวลาประมาณ 10.30 น. ผู้ก่อเหตุได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลลาดพร้าว เพื่อขอพบลูกสาวที่ญาตินำมาส่งตรวจอาการ เนื่องจากเด็กมีอาการชัก แต่เมื่อถึงโรงพยาบาล ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนข่มขู่เจ้าหน้าที่พยาบาล และชิงตัวลูกสาวออกจากโรงพยาบาล ก่อนจะขับรถยนต์หลบหนีไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ยิงสู้กับตำรวจจนเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจนพบรถยนต์ของผู้ก่อเหตุจอดอยู่ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในซอยลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ เมื่อเข้าทำการจับกุม ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เกิดการยิงต่อสู้กัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องยิงตอบโต้ ทำให้ผู้ก่อเหตุถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนลูกสาวปลอดภัย ไม่ได้รับอันตรายใดๆ

ตรวจสอบประวัติและสภาพจิตใจ

พ.ต.อ.เอกชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ก่อเหตุไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือคดีอาญามาก่อน แต่มีประวัติการรักษาอาการทางจิตเวช ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความเครียดและก่อเหตุรุนแรงในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะสอบปากคำญาติและบุคคลใกล้ชิดเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

ด้าน พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า การเสียชีวิตของผู้ก่อเหตุเป็นเรื่องน่าเสียดาย แต่การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปตามขั้นตอน เพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป