ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหา 5 ราย ในคดีฉ้อโกงประชาชนผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท โดยผู้ต้องหาทั้งหมดถูกนำตัวส่งฝากขังที่ศาลอาญาแล้ว
รายละเอียดการจับกุม
พล.ต.ต. จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนขยายผลจากผู้เสียหายที่เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ว่า ถูกชักชวนให้ลงทุนในแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอเรนซี ซึ่งอ้างว่าให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ แต่เมื่อลงทุนไปแล้วไม่สามารถถอนเงินออกมาได้
จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย มีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน ตั้งแต่เป็นผู้บริหารแพลตฟอร์ม พนักงานดูแลระบบ และผู้ชักชวนนักลงทุน โดยใช้กลยุทธ์การตลาดผ่านโซเชียลมีเดียและไลฟ์สด เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแพลตฟอร์ม
หลักฐานและความเสียหาย
เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลาง ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ 11 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 15 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 20 เล่ม และเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท โดยมีผู้เสียหายที่แจ้งความแล้วกว่า 200 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
"ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นประชาชนทั่วไปที่ถูกหลอกลวงด้วยคำโฆษณาที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 30% ต่อเดือน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในทางธุรกิจ" พล.ต.ต. จิรภพ กล่าว
ข้อหาที่แจ้งและการดำเนินคดี
ผู้ต้องหาทั้ง 5 รายถูกแจ้งข้อหาในความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน" และ "ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ" ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ โดยหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะดำเนินการขยายผลเพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่ออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลางฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ ควรตรวจสอบข้อมูลของแพลตฟอร์มให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน และหากพบเบาะแสการกระทำผิดสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ ศูนย์ PCT (Police Cyber Taskforce) โทร. 1441



