รวบลูกชายบุกเดี่ยวชิงทอง 7 บาท กลางห้างดังย่านรังสิต
รวบลูกชายบุกเดี่ยวชิงทอง 7 บาท กลางห้างดังรังสิต

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สิน (บก.ปทส.) ร่วมกับชุดสืบสวน สามารถจับกุมตัวนายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรังสิต จังหวัดปทุมธานี ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

รายละเอียดเหตุการณ์

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายสมชายได้ก่อเหตุชิงทองจากร้านทองแห่งหนึ่งในห้างดัง โดยใช้ปืนปลอมข่มขู่พนักงาน ก่อนจะหยิบสร้อยคอทองคำหนักรวม 7 บาท หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางวันและมีประชาชนพลุกพล่าน

การสืบสวนและจับกุม

หลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานบุคคล จนสามารถระบุตัวผู้ต้องหาได้ จากนั้นได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ และติดตามจนพบว่านายสมชายได้หลบหนีไปซ่อนตัวที่บ้านพักของตนเองในพื้นที่ตำบลคลองหก เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการจับกุม โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง และนำทองที่ได้ไปจำนำเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายส่วนตัว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ของกลางที่ยึดได้

  • ปืนปลอม 1 กระบอก ที่ใช้ในการข่มขู่
  • เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ
  • เงินสดบางส่วนที่ได้จากการจำนำทอง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือรับทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิด และพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

คำเตือนจากเจ้าหน้าที่

พลตำรวจตรี สมชาย (นามสมมติ) รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าเหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนภัยให้ผู้ประกอบการร้านทองและห้างสรรพสินค้าเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมทุกจุด พร้อมทั้งแนะนำให้พนักงานได้รับการฝึกอบรมในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังฝากถึงผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้ต้องหามีอายุเพียง 20 ปี และก่อเหตุด้วยความคึกคะนอง โดยไม่คิดถึงผลกระทบที่จะตามมา