บุกจับแก๊งปลัดอำเภอ-ลูกจ้าง ทุจริตออกบัตรชมพูให้ต่างด้าว 200 รายในอยุธยา
จับแก๊งปลัดอำเภอทุจริตออกบัตรชมพูให้ต่างด้าว 200 ราย (31.03.2026)

บุกจับแก๊งปลัดอำเภอ-ลูกจ้าง ทุจริตออกบัตรชมพูให้ต่างด้าว 200 รายในอยุธยา

เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 31 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานได้ร่วมกันเปิดปฏิบัติการ "ตัดบัตรกรุงเก่า" โดยบุกเข้าจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย ที่ที่ว่าการอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฐานร่วมกันทุจริตออกบัตรประจำตัวให้แก่บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือที่เรียกกันว่า "บัตรชมพู" โดยพบว่ามีการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านเท็จในบ้านเพียง 3 หลัง รวมกว่า 200 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี

รายละเอียดการจับกุมและข้อกล่าวหา

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การนำของนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วยนายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง และพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. โดยมีเจ้าหน้าที่จากกองอำนวยการต่อต้านการทุจริต, ป.ป.ท. เขต 1, สำนักงาน ป.ป.ช. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมบูรณาการปฏิบัติการ

ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมประกอบด้วย นายนัฐพงศ์ จันทรเกตุ ปลัดอำเภอวังน้อย (อดีตหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง) และนายโกวิท งดงาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนและบัตร (ลูกจ้างชั่วคราว) รวมถึงนายหน้าและกลุ่มเจ้าบ้านอีก 4 ราย โดยทั้งหมดถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และความผิดตาม พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 ซึ่งรวมถึงการเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการจัดทำหรือใช้เอกสารอันเป็นเท็จ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

วิธีการทุจริตและพฤติการณ์ผิดกฎหมาย

จากการสืบสวนพบว่ากระบวนการทุจริตมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ดังนี้:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. การแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านเป็นเท็จ: มีการยื่นคำร้องขอย้ายชื่อคนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน (ท.ร.13) ในพื้นที่อำเภอวังน้อยเป็นจำนวนมากผิดปกติ โดยใช้บ้านเป้าหมายเพียง 3 หลัง ซึ่งคนต่างด้าวไม่ได้มาพักอาศัยอยู่จริง
  2. การจัดทำบัตรประจำตัวฯ: หลังจากดำเนินการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านเรียบร้อยแล้ว จะมีการยื่นคำร้องขอทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยในทันที
  3. การแจ้งย้ายออก: เมื่อได้รับบัตรประจำตัวฯ แล้ว จะมีการแจ้งย้ายชื่อคนต่างด้าวออกจากทะเบียนบ้านทันทีหรือภายในระยะเวลาไม่กี่วัน ซึ่งแสดงเจตนาว่าการย้ายเข้ามีวัตถุประสงค์เพื่อทำบัตรฯ เท่านั้น
  4. การให้ผลประโยชน์ตอบแทน: เจ้าบ้านที่ยินยอมให้ใช้ทะเบียนบ้านจะได้รับการติดต่อจากปลัดอำเภอหรือลูกจ้างของที่ว่าการอำเภอวังน้อยให้ไปลงลายมือชื่อในเอกสารและจะได้รับเงินค่าตอบแทน 1,000-3,000 บาท ต่อคนต่างด้าว 1 ราย

นอกจากนี้ ยังพบว่านายทะเบียนไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมายและระเบียบ เช่น ไม่ได้สอบถ้อยคำพยานเพื่อยืนยันตัวบุคคลผู้ขอมีบัตร และไม่พบเอกสารการสอบถ้อยคำในแฟ้มเก็บเอกสารหรือฐานข้อมูลการทะเบียน

ผลกระทบและความเสียหาย

พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. เปิดเผยว่า การทุจริตครั้งนี้เป็นการอาศัยช่องโหว่ของระเบียบทะเบียนราษฎร เพื่อออกบัตรชมพูให้กับเด็กที่เกิดในประเทศไทยซึ่งพ่อแม่เป็นคนต่างด้าว ทำให้ได้รับสิทธิสวัสดิการของรัฐ เช่น การเรียนฟรีและการรักษาพยาบาลฟรี ส่งผลให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณจำนวนมาก

นายอำเภอวังน้อยกล่าวเสริมว่า พื้นที่อำเภอวังน้อยมีกลุ่มแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานจำนวนมาก และเริ่มพบความผิดปกติเมื่อมีการทำบัตรนอกเหนือจากวันกำหนด รวมถึงพบรถตู้และรถยนต์นำคนเข้ามาพร้อมกันจำนวนมาก จึงได้สั่งหยุดการรับขึ้นทะเบียนชั่วคราวและร่วมสอบสวนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

การสืบสวนและดำเนินการต่อไป

เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 และจะมีการสืบสวนขยายผลต่อไป หากพบพยานหลักฐานเพิ่มเติม จะดำเนินการกับข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และพนักงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่จบเพียงแค่ปลัดอำเภอที่ถูกจับกุมในครั้งนี้

การจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของการทำงานร่วมกันหลายหน่วยงาน เพื่อปราบปรามการทุจริตที่ส่งผลกระทบต่อระบบสวัสดิการและความมั่นคงของประเทศ