กรมชลประทานเร่งเครื่อง 3 มาตรการหลักรับมืออุทกภัย
นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทยว่า กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมในการรับมืออุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น โดยดำเนินการ 3 มาตรการหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ การพร่องน้ำในคลองระบายน้ำ และการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยง
มาตรการที่ 1: การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ
กรมชลประทานได้ปรับแผนการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การระบายน้ำจะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ และยังคงรักษาปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้ง
มาตรการที่ 2: การพร่องน้ำในคลองระบายน้ำ
ได้มีการพร่องน้ำในคลองระบายน้ำสายหลักและคลองสาขาต่างๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับน้ำฝนที่จะตกลงมาเพิ่มเติม โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและเขตชุมชนเมืองที่มักประสบปัญหาน้ำท่วมขัง
มาตรการที่ 3: การติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยง
กรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่และเครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ทันทีหากเกิดฝนตกหนัก
การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง
การประเมินสถานการณ์
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าฝนตกหนักจะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือนตุลาคม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางตอนล่าง กรมชลประทานจึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว



