ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช มีคำพิพากษาในคดีที่ชายวัย 30 ปี ขับรถยนต์ชนหญิงวัย 52 ปี เสียชีวิต ขณะที่ผู้ตายกำลังขี่จักรยานอยู่บนถนน เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุ ชายคนดังกล่าวได้ลงจากรถและทำร้ายร่างกายผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือ ก่อนที่จะหลบหนีไป
รายละเอียดคดี
จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าผู้ก่อเหตุมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยวัดได้ 187 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์อย่างมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบนถนนสายหลักในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยผู้ตายเป็นแม่บ้านที่กำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากเลิกงาน
พยานในที่เกิดเหตุให้การว่า ผู้ก่อเหตุมีอาการมึนเมาอย่างชัดเจน และหลังจากชนผู้ตาย เขาได้ลงจากรถและเดินไปทำร้ายชายวัย 40 ปี ที่พยายามจะเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ โดยใช้หมัดและเท้าเตะซ้ำหลายครั้ง ก่อนจะขึ้นรถขับหนีไป ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมาที่บ้านพักของเขา
คำพิพากษา
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของผู้ก่อเหตุเป็นความผิดร้ายแรง เนื่องจากเมาสุราแล้วขับรถจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และยังมีพฤติกรรมก้าวร้าวทำร้ายร่างกายผู้อื่นอีกด้วย จึงพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 6 ปี โดยไม่รอลงอาญา และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ครอบครัวผู้ตายเป็นจำนวน 500,000 บาท พร้อมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ศาลยังได้สั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 5 ปี และให้ผู้ก่อเหตุเข้ารับการบำบัดรักษาอาการติดสุราตามคำแนะนำของแพทย์
ปฏิกิริยาจากสังคม
คดีนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมในพื้นที่ โดยเฉพาะครอบครัวของผู้ตายที่สูญเสียเสาหลักของครอบครัว เพื่อนบ้านและญาติพี่น้องต่างแสดงความเสียใจ และเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่เมาแล้วขับ
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาเตือนประชาชนให้ตระหนักถึงอันตรายของการดื่มแล้วขับ โดยระบุว่าในช่วงเทศกาลต่างๆ มักมีอุบัติเหตุจากสาเหตุนี้เพิ่มสูงขึ้น และขอให้ผู้ที่ดื่มสุราใช้บริการรถสาธารณะ หรือให้คนที่ไม่ดื่มเป็นคนขับ
- ผู้ก่อเหตุถูกตั้งข้อหาหนักหลายข้อหา รวมถึงขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำร้ายร่างกายผู้อื่น
- ครอบครัวผู้ตายได้รับเงินชดเชยเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ
- คดีนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ขับรถเด็ดขาด
ทั้งนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้ผู้ก่อเหตุรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุกเดือนหลังจากพ้นโทษ และห้ามเกี่ยวข้องกับสุราหรือยาเสพติดใดๆ เป็นระยะเวลา 2 ปี



