เกิดเหตุสลดขึ้นเมื่อเด็กหญิงวัย 7 ขวบถูกสุนัขกัดที่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดแห่งหนึ่ง โดยเด็กหญิงกำลังเล่นอยู่หน้าบ้านเมื่อสุนัขที่เลี้ยงไว้ในละแวกใกล้เคียงวิ่งเข้ามากัดที่ใบหน้าอย่างรุนแรง ทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์บริเวณแก้มและคิ้ว ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
ครอบครัวผู้เสียหายเดือดร้อนหนัก
ผู้เป็นแม่ของเด็กหญิงเปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุเธอได้พาลูกไปรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นสูงถึงหลายหมื่นบาท แต่เจ้าของสุนัขกลับปฏิเสธที่จะรับผิดชอบ โดยอ้างว่าไม่มีเงินและไม่สามารถจ่ายค่าชดเชยได้ ทำให้ครอบครัวผู้เสียหายต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วยตัวเอง
การดำเนินการทางกฎหมาย
ทางครอบครัวผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของสุนัขในข้อหาประมาททำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกาย และเรียกร้องค่าเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง และจะเรียกเจ้าของสุนัขมาสอบปากคำเพิ่มเติม
ผลกระทบต่อเด็ก
เด็กหญิงได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างมาก หลังเกิดเหตุเธอมีอาการหวาดกลัวและไม่กล้าออกจากบ้าน นอกจากนี้ยังต้องเข้ารับการรักษาทางจิตใจเพื่อเยียวยาความรู้สึกที่ถูกกระทบจากเหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้
ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
ผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิภาพเด็กและสัตว์เลี้ยงแนะนำให้เจ้าของสุนัขควรดูแลและควบคุมสัตว์เลี้ยงของตนอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก หากสุนัขมีพฤติกรรมก้าวร้าวควรฝึกหรือปรึกษาสัตวแพทย์
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความรับผิดชอบของเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มีต่อสังคม โดยเฉพาะกรณีที่สัตว์เลี้ยงก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น ซึ่งเจ้าของควรมีประกันภัยหรือเตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับกรณีฉุกเฉินเพื่อรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น



