ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันนี้ (15 มิถุนายน) ปรับตัวลดลง 13.10 จุด หรือ 0.82% มาอยู่ที่ 1,582.73 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 64,223.62 ล้านบาท นักวิเคราะห์ชี้ว่าตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ติดลบ เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่อาจปรับขึ้นอีก
ปัจจัยกดดันตลาด
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงสอดคล้องกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่ติดลบ โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่อาจปรับขึ้นอีก หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่ากรอบเป้าหมาย
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่บ่งชี้ทิศทางนโยบายการเงินของเฟด
ภาพรวมการซื้อขาย
ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,150.19 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 1,102.75 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยในประเทศซื้อสุทธิ 1,047.44 ล้านบาท
สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่
- บมจ.ปตท. (PTT) มูลค่าการซื้อขาย 3,456.12 ล้านบาท ปิดที่ 34.50 บาท ลดลง 0.50 บาท
- บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) มูลค่าการซื้อขาย 2,987.45 ล้านบาท ปิดที่ 312.00 บาท ลดลง 4.00 บาท
- บมจ.ธนาคารกรุงเทพ (BBL) มูลค่าการซื้อขาย 2,654.78 ล้านบาท ปิดที่ 142.50 บาท ลดลง 2.50 บาท
แนวโน้มตลาดในระยะต่อไป
นักวิเคราะห์คาดว่า ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นอาจยังคงผันผวน เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐและเศรษฐกิจโลก ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังคงต้องรอติดตามความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่
อย่างไรก็ตาม หากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด อาจช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดและทำให้ดัชนีปรับตัวขึ้นได้



