หนุ่มใหญ่วัย 53 ปี โพสต์เฟสบุ๊กประกาศฆ่าตัวตาย ก่อนกระโดดจากหอพักชั้น 7 เสียชีวิต
เกิดเหตุสลดใจเมื่อชายวัย 53 ปี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวประกาศว่าจะฆ่าตัวตาย ก่อนจะกระโดดลงมาจากชั้น 7 ของหอพักแห่งหนึ่งในเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับเพื่อนบ้านและผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
รายละเอียดเหตุการณ์
เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ได้รับแจ้งเหตุมีผู้กระโดดตึกเสียชีวิตที่หอพักแห่งหนึ่งซอยรามคำแหง 24 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย สภาพนอนหงายเสียชีวิตอยู่บริเวณพื้นด้านหน้าตึก
จากการสอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุประมาณ 53 ปี พักอาศัยอยู่คนเดียวในห้องพักชั้น 7 ก่อนเกิดเหตุได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “ผมขอจบชีวิตตัวเองที่นี่” พร้อมกับภาพมุมสูงจากบนตึก หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงดังคล้ายของหนักตกลงมา เพื่อนบ้านจึงรีบเข้าไปตรวจสอบและพบว่าเป็นร่างของผู้เสียชีวิต จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สาเหตุการฆ่าตัวตาย
จากการสอบถามญาติทราบว่า ผู้เสียชีวิตมีอาการเครียดสะสมจากปัญหาหนี้สินและปัญหาชีวิตส่วนตัวมาระยะหนึ่งแล้ว โดยก่อนหน้านี้เคยพูดถึงความคิดฆ่าตัวตายให้ญาติฟังหลายครั้ง แต่ญาติก็พยายามให้กำลังใจและแนะนำให้ไปพบแพทย์ อย่างไรก็ตาม ผู้เสียชีวิตไม่ยอมไปพบแพทย์หรือรับการรักษา จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์สลดใจขึ้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม จากนั้นได้มอบร่างผู้เสียชีวิตให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อชันสูตรพลิกศพต่อไป
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการป้องกันการฆ่าตัวตาย
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสุขภาพจิตที่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในสังคมไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีความเครียดสะสม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้สิน ปัญหาครอบครัว หรือปัญหาชีวิตอื่นๆ ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลหรือช่วยเหลืออย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่รุนแรงได้
- สังเกตสัญญาณเตือน: ผู้ที่มีแนวโน้มฆ่าตัวตายมักแสดงสัญญาณ เช่น พูดถึงความตายหรือการจากไป เก็บตัว มีอารมณ์แปรปรวน หรือแจกจ่ายสิ่งของมีค่า
- ให้การช่วยเหลือ: หากพบคนใกล้ชิดมีพฤติกรรมดังกล่าว ควรพูดคุยด้วยความเข้าใจ รับฟังโดยไม่ตัดสิน และแนะนำให้พบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
- สายด่วน: สายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1667 ให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของการฆ่าตัวตายครั้งนี้ต่อไป พร้อมทั้งฝากเตือนประชาชนว่าการฆ่าตัวตายไม่ใช่ทางออกของปัญหา ควรหันหน้าปรึกษาคนใกล้ชิดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับความช่วยเหลือ



