วันที่ 8 พฤษภาคม 2567 เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มพื้นที่ 6 อำเภอในจังหวัดพัทลุง ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายรวมกว่า 200 ครัวเรือน โดยอำเภอที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูน อำเภอตะโหมด อำเภอกงหรา และอำเภอศรีนครินทร์
รายละเอียดความเสียหายและการช่วยเหลือ
นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนเสียหายบางส่วน หลังคาปลิวว่อน ต้นไม้ล้มทับบ้าน และเสาไฟฟ้าหักโค่นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเมืองพัทลุง มีรายงานบ้านเรือนเสียหายกว่า 80 หลังคาเรือน ขณะที่อำเภอควนขนุนมีบ้านเรือนเสียหายประมาณ 50 หลังคาเรือน
“เราได้สั่งการให้อำเภอทั้ง 6 แห่ง เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือประชาชนเบื้องต้น โดยเฉพาะการแจกจ่ายถุงยังชีพและวัสดุซ่อมแซมบ้านเรือน” นายสมนึกกล่าว
สาเหตุและแนวโน้มสภาพอากาศ
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า พายุฤดูร้อนครั้งนี้เกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่แผ่ปกคลุมภาคใต้ตอนบน ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามา ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ โดยคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้
ทั้งนี้ จังหวัดพัทลุงได้ประกาศให้พื้นที่ประสบภัยเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการซ่อมแซมบ้านเรือนและการแจกจ่ายสิ่งของจำเป็น
ผลกระทบต่อประชาชนและการฟื้นฟู
นางสาววิไล รัตนะ ชาวบ้านในตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง เล่าว่า “ตอนเกิดพายุลมแรงมาก หลังคาบ้านปลิวออกไปทั้งแผ่น ต้นมะพร้าวข้างบ้านหักโค่นทับรั้ว ทำให้เราต้องอพยพไปอยู่บ้านญาติชั่วคราว”
ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง รายงานว่า ได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วออกให้การช่วยเหลือแล้ว พร้อมประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เพื่อเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและระบบสาธารณูปโภคที่เสียหาย โดยเฉพาะไฟฟ้าและประปา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วันในการซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ
นอกจากนี้ ยังมีรายงานต้นไม้ใหญ่ล้มทับรถยนต์เสียหาย 2 คัน และเสาไฟฟ้าหักโค่น 15 จุด แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้



