ครม. เห็นชอบคำแถลงนโยบายรัฐบาล ใช้ 5 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
ครม. เห็นชอบคำแถลงนโยบาย 5 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (06.04.2026)

ครม. เห็นชอบคำแถลงนโยบายรัฐบาล ใช้ 5 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

เมื่อเวลา 21.45 น. ของวันที่ 6 เมษายน 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) มีมติเห็นชอบคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นกรอบแนวทางสำคัญในการบริหารประเทศ โดยนโยบายหลักประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย

สถานการณ์โลกที่ท้าทายและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในขณะนี้สถานการณ์โลกมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้การผลิตและขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเกิดความชะงักงัน ปริมาณลดลงสวนทางกับความต้องการ ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเผชิญความท้าทายในด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ รวมถึงด้านความมั่นคงอีกด้วย

การบริหารราชการแผ่นดินในรูปแบบบูรณาการ

การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในวาระนี้ จะมุ่งเน้นการต่อยอดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พร้อมปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐเป็น "ระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster)" โดยจะรวมพลังจากภาคเอกชนและประชาชน ปรับบทบาทภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน รวมทั้งเร่งรัดต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัลของภาครัฐ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กลไกการบริหารราชการในรูปแบบ Cluster นี้ แบ่งการทำงานออกเป็น 5 กลุ่มยุทธศาสตร์ ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. ด้านเศรษฐกิจมหภาค การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
  2. ด้านการผลิต การค้าและบริการ
  3. ด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  4. ด้านสังคมและสวัสดิการ
  5. ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง

การแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและความโปร่งใส

รัฐบาลพร้อมที่จะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยภายหลังการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีดังกล่าวแล้ว จะมีการจัดทำคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ และประชาชนสามารถเข้าถึงเอกสารได้ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย