ชูศักดิ์ชี้ขอกู้เงิน 2.2 ล้านล้าน ต้องผ่านประชามติก่อน
ชูศักดิ์ชี้ขอกู้เงิน 2.2 ล้านล้านต้องผ่านประชามติก่อน

นายชูศักดิ์ ศิรินิล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลจะขอกู้เงินจำนวน 2.2 ล้านล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการต่างๆ นั้น จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชนผ่านการทำประชามติเสียก่อน เนื่องจากเป็นจำนวนเงินที่สูงมากและส่งผลกระทบต่อประเทศในระยะยาว

หลักการทางรัฐธรรมนูญ

นายชูศักดิ์กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 169 ระบุไว้ว่า การกู้เงินที่เกินกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี ต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ และหากการกู้เงินดังกล่าวมีผลผูกพันต่อประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ก็ควรต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชนก่อน

“การกู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท ถือเป็นจำนวนเงินที่มหาศาล และอาจส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของประเทศในระยะยาว การตัดสินใจเรื่องนี้จึงไม่ควรเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ควรให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจผ่านการทำประชามติ” นายชูศักดิ์กล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อเสนอแนะของพรรคเพื่อไทย

นายชูศักดิ์ยังได้เสนอให้รัฐบาลดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง โดยเริ่มจากการชี้แจงรายละเอียดของโครงการที่จะใช้เงินกู้ให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน จากนั้นจึงจัดให้มีการทำประชามติ เพื่อให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นอย่างรอบด้าน

“พรรคเพื่อไทยเห็นว่า การทำประชามติเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับฟังเสียงของประชาชน และเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับการดำเนินนโยบายของรัฐบาล” นายชูศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย

ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ

ข้อเสนอของนายชูศักดิ์ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย โดยบางส่วนเห็นด้วยว่าการกู้เงินจำนวนมากควรได้รับความเห็นชอบจากประชาชน ขณะที่บางฝ่ายมองว่าการทำประชามติอาจทำให้กระบวนการล่าช้าและไม่ทันต่อสถานการณ์

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าว แต่คาดว่าจะมีการหารือในคณะรัฐมนตรีต่อไป