เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. 28 มิ.ย. 2569 ศึกชิงเก้าอี้เข้มข้น เปิดตัวผู้สมัครแล้ว
เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. 28 มิ.ย. 2569 ศึกชิงเก้าอี้เข้มข้น

เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. 28 มิ.ย. 2569 ศึกชิงเก้าอี้เข้มข้น เปิดตัวผู้สมัครแล้ว

อีก 2 เดือนจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้วันที่ 28 มิ.ย. 2569 เป็นวันเลือกตั้ง หลัง "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" ผู้ว่ากทม. ดำรงตำแหน่งครบวาระในวันที่ 21 พ.ค. 2569 ซึ่งตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 11 กำหนดให้จัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน หรือวันที่ 28 มิ.ย. 2569

ศึกสนามเลือกตั้งกทม.นัดนี้มีทั้งผู้สมัครอิสระและตัวแทนพรรคการเมือง ซึ่งทยอยเปิดตัวให้เห็นโฉมหน้ากันบ้างแล้ว ที่เปิดตัวออกสตาร์ทคนแรก คือ "มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข" อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจะลงสมัครในนามอิสระ เปิดตัวชิงเก้าอี้ "ผู้ว่ากทม." ค่ายฟ้า-ส้ม หวังโค่นแชมป์เก่า "ในเงาแดง" เช่นเดียวกับ "คมสัน พันธุ์วิชาติกุล" อดีตผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยก้าวใหม่ เปิดตัวชิงเก้าอี้ "ผู้ว่ากทม." ค่ายฟ้า-ส้ม หวังโค่นแชมป์เก่า "ในเงาแดง"

และการหวนคืนสู่สนามกทม.ของ "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร "อีกรอบ" ในนามผู้สมัครอิสระ หลังได้ชัยชนะถล่มทลายในสนามเมืองหลวงเมื่อปี 2565 วันที่ 29 เม.ย.2569 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าการตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นสมัยที่สองว่า ไม่ได้ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาการสมัครอย่างจริงจัง แต่จะพิจารณาให้รอบคอบอีกครั้งเมื่อใกล้ถึงเวลาที่กำหนด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

"ในใจผมค่อนข้างชัดเจนแล้ว แต่การประกาศเป็นทางการยังไม่จำเป็นต้องรีบ เพราะคำพูดจะเป็นนายเรา ผมเลือกเวลาที่เหมาะสม ตอนนี้ผมเป็นผู้ว่าราชการอยู่ มีหน้าที่ต้องทำงาน ถ้าผมประกาศว่าจะไม่ลงทำงานต่อ ก็อาจจะทำให้คนทำงานเกิดความเฉื่อยชา แต่ถ้าประกาศว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งทันที สถานะก็จะเปลี่ยนจากผู้ว่าราชการเป็นผู้สมัครแทน ซึ่งจะทำให้คนมองว่าทุกอย่างที่เราทำกลายเป็นการหาเสียง ทั้งที่หน้าที่หลักตอนนี้คือการเป็นผู้ว่าฯ ที่ต้องทำงานอย่างเต็มที่ ดังนั้น พฤติกรรมที่แสดงออกไปจึงสำคัญกว่าการประกาศว่าจะสมัครหรือไม่สมัคร" ชัชชาติกล่าว

ผู้ว่ากทม.บอกว่า ยังมีความกังวลในสองเรื่องหลัก คือปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจของประชาชน แม้กทม.จะไม่มีงบประมาณในการแจกเงินโดยตรง แต่ต้องเน้นการให้ความรู้และจัดสรรพื้นที่สำหรับค้าขายให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องที่สองคือความโปร่งใสและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน แม้ที่ผ่านมาจะดำเนินการไปมาก แต่ยังพบจุดที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม โดยเฉพาะปัญหาในระดับบุคคลที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

สำหรับตัวแทนพรรคการเมือง ขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนว่า "ค่ายส้ม" พรรคประชาชนจะส่ง "ดร.โจ" ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ ลงสมัคร โดยหน้าเพจของพรรคฯ แม้จะยังไม่ชี้ว่าชัยวัฒน์หรือไม่ แต่ได้มีการนัดเปิดตัว "ใช้ชีวิตในกรุงเทพทุกวันนี้ ยากแค่ไหนสำหรับคุณ? เตรียมพบแคนดิเดตผู้ว่าประชาชน พร้อมทีมงานที่จะมาเสนอแผนการสร้างกรุงเทพ ที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน 5 พ.ค. นี้ เวลา 5 โมงเย็นเป็นต้นไป ที่มิวเซียมสยาม"

ขณะที่ค่ายสีฟ้า "ประชาธิปัตย์" นำโมเดล "กรุงเทพ ฟ้าใหม่" UNLOCK THE CITY เสมือนจะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่ากทม. แต่ล่าสุด "สาทิตย์ วงษ์หนองเตย" สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ยังอยู่ระหว่างการพูดคุยกัน โดยยอมรับว่า ภายใต้สถานการณ์การเมืองแบบนี้ ไม่ง่ายที่จะหาคน และผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบันมีฐานเสียงที่แข็งแกร่ง ขณะที่พรรคฯ มีสส.เพียง 21 เสียง และไม่มีสส.กทม.เลย คนที่จะมาลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคฯ คงต้องตกผลึกด้วยว่า เขาเองก็ต้องเสียสละด้วยการลาออกจากงานประจำเพื่อมาลงสมัคร

"มีการทาบทาม ทั้งพูดคุย และพูดคุยกันหลายคน ส่วนชื่อที่ปรากฏตามสื่อ 2 คน ทั้ง ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี และอภิชัย เตชะอุบล ยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการไปพูดคุย หรือทาบทาม เป็นชื่ออื่น ที่ไม่เป็นข่าว เราเก็บเรื่องนี้ได้ดีมาก เพราะหากเปิดชื่อมาจะกระทบถึงเจ้าตัวด้วย" รองหัวหน้าพรรคค่ายสีฟ้ากล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสก.นั้น พรรคประชาธิปัตย์จะส่งลงสมัคร โดยจะมีการเปิดตัวผู้สมัครสก.ก่อน ส่วน 2 พรรคใหญ่ "ค่ายน้ำเงิน" ภูมิใจไทย มีความชัดเจนแล้วว่าจะไม่ส่งตัวแทนลงสมัครผู้ว่ากทม.และสก. ส่วนค่ายแดง "เพื่อไทย" ไม่ส่งตัวแทนลงชิงผู้ว่ากทม.ด้วยเช่นกัน และต้องรอดูว่าจะส่งสก.หรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีสีสันการเมืองกลุ่มกรุงเทพบินได้ของ เต้ "มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์" ซึ่งปัจจุบันยังไม่ชัดเจนว่า "มงคลกิตติ์" จะลงสมัครเอง หรือส่งตัวแทนลงสมัคร แต่มีการนำเสนอนโยบายต่าง ๆ ผ่านไลฟ์สด โดยระบุว่าขณะนี้มีหลายคนมาทาบทามขอเป็นตัวแทนลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามกลุ่มกรุงเทพบินได้ แต่ได้บอกผู้สมัครว่าต้องดำเนินการตามนโยบายของกรุงเทพบินได้ เช่น นโยบายแก้ปัญหาคนโสด หญิงมากกว่าชาย เก่งเรียนสูงในกทม.ถึง 50.4% วัยเจริญพันธุ์ 25-35 ปี แก้โดยจัดตั้ง "สำนักงานจัดหาคู่กทม." หรือนโยบายคลองแสนแสบดื่มได้, ข้าราชการกทม. 92,000 คน สวยหล่อ ใหญ่ยาว รีแพร์, นวดคนละครึ่งของชาวกทม., โครงการเขื่อนกั้นน้ำทะเลกับน้ำจืด เพื่อไม่ให้คนที่มีโฉนดบ้านติดทะเลกลายเป็นทะเลไป และนโยบายอวกาศกทม.ใช้ 100 คน เดินทางไปอวกาศ รวมทั้งนโยบายสนับสนุนการเพาะพันธุ์ไดโนเสาร์ผ่านสำนักไดโนเสาร์ โดยสร้างความร่วมมือกับบริษัทในสหรัฐฯ นำนักวิจัยไปร่วมเพาะพันธุ์แมมมอธกับไดโนเสาร์ และนโยบายกทม.ไม่เคยหลับ "สถานบันเทิงเปิด 24 ชั่วโมง"

สำหรับการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.นั้น ร.ต. สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) บอกว่า ขณะนี้กกต.กทม.มีการสำรวจหน่วยเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว โดยเขตเลือกตั้งแบ่งเป็นจำนวน 50 เขต มีหน่วยเลือกตั้ง 6,632 หน่วย เพิ่มจากการเลือกตั้งสส.มา 102 หน่วย

แค่เสียงปี่กลองในสนามเมืองหลวงเพิ่งจะดัง กทม.ก็เริ่มมีสีสันทางการเมืองอีกรอบแล้ว น่าจับตาว่า นอกจากการประลองกำลังผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ที่จะส่งในนามพรรคการเมือง ค่ายส้ม ฟ้า และคนเดิมในเงาแดง รวมทั้งผู้สมัครอิสระจะปล่อย "ของ" อะไรเพื่อจูงใจดึงคะแนนของคนกทม.