นายณัฐพงษ์ กับความรับผิดชอบหลังแพ้เลือกตั้ง 69 และบ่วงคดี 112
ณัฐพงษ์ กับความรับผิดชอบหลังแพ้เลือกตั้ง 69 และคดี 112

ความรับผิดชอบที่ไม่อาจปฏิเสธหลังความพ่ายแพ้เลือกตั้ง 69

ไม่เพียงแต่แพ้ศึกเลือกตั้ง 69 อย่างขาดลอยให้กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนนที่ห่างไกลจนแทบสู้กันไม่ได้ "หัวหน้าเท้ง" นายณัฐวุฒิ เรืองปัญญาวุฒิ ยังต้องเผชิญกับความรับผิดชอบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อีกทั้งยังมีบ่วงปัญหาเรื่องการเป็นหนึ่งใน 44 สส. สมัยพรรคก้าวไกล ที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วย

แนวโน้มการลาออกและแรงกดดันภายในพรรค

เชื่อกันว่า นับจากนี้ไป จะไม่เพียงแต่ นายศรายุทธ์ ใจหลัก ที่จะลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค หลังจากที่เคยกล่าวว่าจะลาออกหากพรรคไม่ได้ สส. 200 คน เพื่อแสดงความรับผิดชอบ แต่ยังมีแนวโน้มสูงที่ นายณัฐพงษ์ จะแสดงออกถึงความรับผิดชอบไม่ต่างไปจากนายศรายุทธ์ โดยคาดว่าอย่างช้าที่สุดจะไม่เกินไปกว่าวันประชุมใหญ่พรรค ซึ่งมีกำหนดราวเดือนมีนาคมถึงเมษายนนี้

ที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ ถูกอดีต สส. ในพรรคที่ไม่ได้ไปต่ออย่าง น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ ลูกสาวของนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีต สส. และหลานของพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง โดยเรียกร้องให้เขาลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เนื่องจากมองว่าไม่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำ แม้ว่าน.ส.ธิษะณาจะไม่ใช่ สส. และอาจไม่ใช่สมาชิกพรรคแล้ว แต่การกระทำนี้ถือเป็นการเปิดเกมรุกที่เขย่าและท้าทายผู้บริหารและผู้มีอำนาจในพรรคโดยตรงอย่างปฏิเสธไม่ได้

การวิพากษ์วิจารณ์ภายในและคดีความจาก ป.ป.ช.

ก่อนหน้านี้ มีอดีต สส. ในกลุ่มที่ไม่ได้ไปต่อเช่นกัน เนื่องจากไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองผู้สมัครของพรรค ซึ่งมี 6 คน รวมทั้งนายณัฐพงษ์ ได้เปิดฉากวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการใช้ดุลพินิจและลุแก่อำนาจ ถึงขั้นเปรียบเปรยว่าเป็น "พูลิตบูโร" ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทรงอำนาจในพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน

ประกอบกับเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดนายณัฐพงษ์ และอดีต สส. พรรคก้าวไกลอีก 44 คน ในกรณีลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 และมีมติให้ส่งเรื่องต่อศาลฎีกา เพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ โดยกำหนดให้ส่งเรื่องภายใน 30 วัน

ความเสี่ยงและกรอบเวลาที่ต้องลุ้น

แม้นายณัฐพงษ์ จะเคยให้ความเห็นว่า ตนมีความเสี่ยงในคดีนี้น้อยที่สุด แต่ในขณะนี้ ต้องลุ้นว่า กรอบเวลา 30 วันของ ป.ป.ช. สำหรับการยื่นเรื่องต่อศาลฎีกา กับกรอบเวลาการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งไม่เกิน 60 วัน นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่างไหนจะได้ข้อสรุปก่อนกัน

หาก กกต. รับรองผลก่อน เท่ากับว่านายณัฐพงษ์ และอดีต สส. รวม 44 คน ซึ่งส่วนใหญ่ในครั้งนี้ยังเป็นผู้สมัคร สส. ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาชน จะมีสถานภาพเป็น สส. โดยปริยาย แม้ว่าต่อไปศาลฎีกาอาจจะรับคำร้องของ ป.ป.ช. ไว้พิจารณา แต่ยังมีช่องทางให้ได้ลุ้น คือศาลอาจไม่สั่งยุติการทำหน้าที่ สส. แม้ว่าโดยทั่วไปมักจะมีคำสั่งให้หยุดทำหน้าที่ไว้ก่อน จนกว่าศาลจะตัดสิน

อนาคตของพรรคประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง

ไม่ต่างจากการลุ้นว่า สุดท้ายของการประชุมใหญ่พรรคภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า จะได้ข้อสรุปออกมาอย่างไร ว่าด้วยเรื่องที่นายณัฐพงษ์ จะยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นหัวหน้าพรรคต่อไปหรือไม่ และจะทำให้เขามีโอกาสได้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาหรือไม่ เพราะคำตอบในเรื่องเหล่านี้จะมีผลต่อโครงสร้างและผู้บริหารพรรคประชาชนอย่างเลี่ยงไม่ได้

ทั้งอาจจะมีผลต่อ นายพริษฐ์ ด้วยเช่นกัน แม้จะมีเหตุการณ์ในเชิงลบต่อพรรคประชาชน หรือนายณัฐพงษ์ ไปต่อไม่ได้ รวมทั้งน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค แต่พรรคยังมี นายวีระยุทธ์ กาญจน์ชูฉัตร ผู้สมัครนายกรัฐมนตรีอีกหนึ่งคน และยังเป็นผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อลำดับที่ 3 ของพรรค ในฐานะที่เป็นคนรุ่นแรกที่ร่วมตั้งพรรคกันมาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ นายวีระยุทธ์ จึงถือเป็นคนวงในที่สนิทสนมกับผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคอย่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ขณะที่นายพริษฐ์ เป็นผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อลำดับที่ 9 และที่สำคัญคือไม่ใช่กลุ่มคนที่ร่วมบุกเบิกสร้างพรรคมาตั้งแต่แรก แต่เติบโตบนเส้นทางการเมืองจากพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำกลุ่มนิวเด็ม หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ก่อนการเลือกตั้งปี 2562 เมื่อแจ้งเกิดเป็น สส. ไม่สำเร็จ จึงลาออกและเดินหน้าเคลื่อนไหวเรื่องร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ก่อนจะถูกทาบทามให้เข้าร่วมงานกับพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งปี 2566 และกลายเป็นหนึ่งในแกนนำของพรรคในปัจจุบัน ที่ได้รับมอบภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญของพรรคค่ายสีส้มมาตลอด

ดังนั้น ขณะที่พรรคประชาชนอยู่ในระหว่างการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่เพื่อเดินหน้าต่อ นายพริษฐ์ ที่มีชื่อเป็นหนึ่งในผู้สมัครหัวหน้าพรรคคนใหม่ จะสามารถเดินหน้าฝ่าด่านได้หรือไม่ อย่างไร และแค่ไหน ต้องไม่ลืมว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า นายธนาธร ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณตัวจริงของพรรค จะพ้นโทษแบนทางการเมืองและกลับมาโลดแล่นรอบใหม่ได้แล้ว