ศาลปกครองสูงสุดชี้คำสั่งกสทช.เพิกถอนใบอนุญาตดาวเทียมไอพีสตาร์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่เพิกถอนใบอนุญาตการใช้สิทธิในวงโคจรดาวเทียมไอพีสตาร์ของบริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) โดยชี้ว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย
รายละเอียดคดี
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2564 กสทช. มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตการใช้สิทธิในวงโคจรดาวเทียมไอพีสตาร์ของไทยคม โดยอ้างว่าไทยคมไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขใบอนุญาตได้ อย่างไรก็ตาม ไทยคมได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้น ซึ่งศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของกสทช. แต่กสทช. ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด
ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า คำสั่งของกสทช. ที่เพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากกสทช. ไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างถูกต้องครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดโอกาสให้ไทยคมได้ชี้แจงข้อเท็จจริงก่อนการออกคำสั่ง นอกจากนี้ ศาลเห็นว่าการเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสิทธิของไทยคมอย่างรุนแรง โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้น ให้เพิกถอนคำสั่งของกสทช. ที่เพิกถอนใบอนุญาตการใช้สิทธิในวงโคจรดาวเทียมไอพีสตาร์ของไทยคม และให้กสทช. ดำเนินการออกใบอนุญาตให้แก่ไทยคมตามกฎหมายต่อไป
ผลกระทบต่อไทยคม
คำพิพากษาดังกล่าวถือเป็นชัยชนะของไทยคม ทำให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจดาวเทียมไอพีสตาร์ต่อไปได้ ซึ่งดาวเทียมไอพีสตาร์เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของไทยคมที่ให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยไทยคมมีแผนที่จะพัฒนาดาวเทียมรุ่นใหม่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ทั้งนี้ ไทยคมได้ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีต่อคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด และยืนยันว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดของกสทช. อย่างเคร่งครัดต่อไป



