วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย รับหนังสือจากเครือข่ายนักศึกษาปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เพื่อขอให้รวบรวมรายชื่อยื่นต่อประธานรัฐสภา เสนอเรื่องไปยังศาลฎีกา ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระสอบสวนกรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ฝ่ายค้านย้ำความพร้อมตรวจสอบ
นายณัฐพงษ์ยืนยันว่า ฝ่ายค้านไม่ได้ติดขัดที่จะใช้อำนาจของสมาชิกรัฐสภาในการตรวจสอบองค์กรอิสระ โดยได้มีการเขียนคำร้องไว้แล้ว พร้อมย้ำว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านทำงานด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศก็สามารถร่วมมือกันได้ แต่มีจุดยืนบางประการ เช่น การระมัดระวังการใช้อำนาจขององค์กรอิสระที่อาจขยายอำนาจเกินขอบเขต
วาโยคาดคำร้องพร้อมยื่นต้นมิถุนายน
นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยว่า ขณะนี้พรรคกำลังยกร่างคำร้องฉบับนี้อยู่ รวมถึงคำร้องฉบับก่อนที่เคยส่งไปในสภาชุดที่ 26 เพื่อให้ประธานสภาฯ คนใหม่วินิจฉัยมูลเหตุเพิ่มเติม คาดว่าจะใช้เวลาอีกสักพัก เนื่องจากมีข้อเท็จจริงหลายส่วนจากความสนใจของภาคประชาชนที่นำมาประกอบในคำร้อง โดยตั้งใจจะยื่นภายในสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน 2569
“หน้าที่ของ ป.ป.ช. ไม่ใช่การพิพากษาหรือวินิจฉัย เพราะเป็นหน้าที่ของศาล แต่เปรียบเสมือนเจ้าพนักงานสอบสวนหรืออัยการที่ไต่สวนและส่งมูลที่ค้นพบให้ศาล ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในศาลรัฐธรรมนูญน่าจะมีมูลที่ ป.ป.ช. ควรส่งเข้าสู่ศาลให้ศาลวินิจฉัย” นายวาโยกล่าว
สาทิตย์ระบุคำวินิจฉัย ป.ป.ช. ไม่ตรงกับศาลรัฐธรรมนูญ
นายสาทิตย์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดและทำงานร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน กรณีที่ ป.ป.ช. มีคำวินิจฉัยยกคำร้องคดีนายศักดิ์สยามนั้น ไม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยภักดี ได้ร่วมลงชื่อกับพรรคประชาชนยื่นเรื่องไปยังประธานสภาฯ นอกจากนี้ พรรคประชาชนจะยื่นแยกในประเด็นเพิ่มเติมด้วย
พรรคไทยภักดีพร้อมสนับสนุน
นพ.วรงค์เผยว่า พรรคไทยภักดีมีเพียงหนึ่งเสียง แต่พร้อมทำเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง โดยเห็นพ้องต้องกันว่าต้องเดินหน้าพิทักษ์ประโยชน์ของประเทศชาติ และขับเคลื่อนเรื่องนี้เพื่อให้ศาลฎีกาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ
เสรีพิศุทธ์ย้ำนโยบาย ‘โกงเจอกู’
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ระบุว่า พรรคเสรีรวมไทยหาเสียงด้วยนโยบาย ‘โกงเจอกู’ ในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านต้องรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ยอมให้ใครทำผิดกฎหมาย โดยเรื่องของ คปท. มีทั้งคดีนายศักดิ์สยาม และหุ้นบริษัทชินคอร์ป ซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา ดังนั้นจึงพร้อมสนับสนุนและลงชื่อ



