ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องของนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ วงเงิน 5 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 หรือไม่ โดยศาลนัดพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 7 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 น.
รายละเอียดคำร้อง
นายรังสิมันต์ โรม ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 โดยระบุว่า พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าวออกโดยไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ซึ่งกำหนดให้การออก พ.ร.ก.ต้องเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนเพื่อประโยชน์สาธารณะเท่านั้น โดยผู้ร้องเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในภาวะฉุกเฉินที่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก. และการกู้เงินจำนวนมากอาจสร้างภาระหนี้สาธารณะในระยะยาว
มติศาลและกระบวนการ
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่าคำร้องมีสาระสำคัญที่ควรได้รับการวินิจฉัย จึงมีมติรับคำร้องไว้พิจารณา โดยให้ผู้ถูกร้อง ได้แก่ นายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา ยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วันนับจากได้รับสำเนาคำร้อง หลังจากนั้นศาลจะกำหนดวันนัดฟังคำวินิจฉัยต่อไป
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
ด้านนายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า "ดีใจที่ศาลรับคำร้อง นี่คือชัยชนะของกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐ ประชาชนมีสิทธิที่จะรู้ว่าการกู้เงินจำนวนมหาศาลนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่" ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยังไม่มีการแสดงความเห็นอย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่ารัฐบาลพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาล
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
หากศาลวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญ จะส่งผลให้ พ.ร.ก.ดังกล่าวสิ้นผลบังคับใช้ และรัฐบาลต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งอาจกระทบต่อแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจที่รัฐบาลวางไว้ โดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ใช้เงินกู้ก้อนนี้



