คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 3 จังหวัดสงขลา แทนตำแหน่งที่ว่างลง อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2567 โดยผู้ชนะคือ นายศักดิ์ชาย พรหมอักษร จากพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งได้รับคะแนนเสียง 38,510 เสียง เอาชนะคู่แข่งสำคัญจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ได้ 28,294 เสียง และผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ได้ 15,421 เสียง
ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อหาผู้แทนราษฎรแทนนายศักดิ์ชาย พรหมอักษร ซึ่งลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ไปสังกัดพรรคประชาชน ทำให้ตำแหน่งว่างลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 107 (2) โดยมีผู้สมัครทั้งหมด 5 คน จาก 5 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างสรรค์ และพรรครวมแผ่นดิน
นายศักดิ์ชาย พรหมอักษร วัย 52 ปี อดีต ส.ส. 3 สมัยจากพรรคประชาธิปัตย์ ลงสมัครในนามพรรคประชาชน และได้รับชัยชนะด้วยคะแนนนำห่างถึง 10,216 เสียง จากผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 82,225 คน คิดเป็นร้อยละ 65.43 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขต
ข้อร้องเรียนและการตรวจสอบ
ภายหลังการเลือกตั้ง มีการยื่นคำร้องต่อ กกต. เกี่ยวกับการกระทำที่อาจผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยเฉพาะกรณีการแจกเงินและสิ่งของเพื่อจูงใจผู้ลงคะแนนเสียง อย่างไรก็ตาม ในการประชุมเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม กกต. มีมติด้วยคะแนนเสียง 5 ต่อ 1 เสียง ให้รับรองผลการเลือกตั้ง โดยเห็นว่าข้อร้องเรียนดังกล่าวไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเพิกถอนสิทธิ์ หรือสั่งเลือกตั้งใหม่
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวว่า "กกต. ได้ตรวจสอบข้อร้องเรียนอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ และตรวจสอบพยานหลักฐานแล้ว ไม่พบว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างชัดเจน จึงมีมติรับรองผลการเลือกตั้งตามระเบียบ"
ผลกระทบทางการเมือง
ชัยชนะของนายศักดิ์ชาย พรหมอักษร ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความนิยมของพรรคประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งแต่เดิมเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายศักดิ์ชาย ย้ายมาสังกัดพรรคประชาชนเมื่อเดือนเมษายน 2567 และสามารถรักษาที่นั่งไว้ได้ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด
ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า "เรายอมรับผลการเลือกตั้ง แต่จะนำข้อผิดพลาดมาปรับปรุงเพื่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป" ขณะที่นายสุกิจ อัครโพธิ์ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า "พรรคจะทบทวนกลยุทธ์หาเสียงในพื้นที่ภาคใต้ใหม่"
การรับรองผลครั้งนี้ทำให้จำนวน ส.ส. ของพรรคประชาชนเพิ่มขึ้นเป็น 141 คน ขณะที่พรรคพลังประชารัฐลดลงเหลือ 40 คน และพรรคประชาธิปัตย์เหลือ 25 คน โดย กกต. จะประกาศผลในราชกิจจานุเบกษาต่อไป



