อรรษิษฐ์ สั่งการ 5 ข้อ ยกระดับเฝ้าระวังชายแดนไทย-เมียนมา หลังการสู้รบทวีความรุนแรง
วันนี้ (21 เมษายน 2569) เวลา 18.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์การสู้รบภายในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงและขยายตัวในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณตรงข้ามแนวชายแดนไทยในรัฐกะเหรี่ยงและรัฐคะยา ส่งผลให้ประชาชนเมียนมาได้รับผลกระทบ บาดเจ็บ เสียชีวิต และหนีภัยเข้ามาใกล้แนวชายแดนไทย
นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากกระสุนหรืออาวุธตกในเขตพื้นที่ไทย ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ปลัดกระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย เพื่อยกระดับความเข้มข้นดูแลพื้นที่ 5 ด้าน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
5 มาตรการเฝ้าระวังชายแดนไทย-เมียนมา
- ประสานการปฏิบัติและบูรณาการหน่วยงาน: เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และเฝ้าระวังช่องทางธรรมชาติ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายกำลังอาวุธหรือการล้ำแดน พร้อมซักซ้อมและเตรียมความพร้อมแผนเผชิญเหตุกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
- แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง: หลีกเลี่ยงพื้นที่ชายแดนหรือพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมความพร้อมการดำเนินการตามแผนอพยพประชาชนในพื้นที่แนวชายแดน และกำหนดจุดปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมใช้งาน
- เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย: ดูแลพื้นที่ชุมชน โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่สำคัญอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด
- ให้ความสำคัญด้านการบริหารจัดการข้อมูลและการสื่อสาร: สื่อสารข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง ลดความตื่นตระหนกและป้องกันข่าวปลอมที่อาจสร้างความสับสน
- เฝ้าระวังและควบคุมการข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย: เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจตราและเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้า-ส่งออกสินค้าข้ามแดนที่เป็นสิ่งผิดกฎหมายทุกประเภท
มาตรการเหล่านี้มีขึ้นเพื่อเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบต่อความปลอดภัยประชาชนตามแนวชายแดน รวมถึงรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ หลังสถานการณ์การปะทะระหว่างกองกำลังรัฐบาลเมียนมาและกลุ่มชาติพันธุ์หลายจุด ซึ่งใช้กำลังทางทหาร อากาศยาน และอาวุธโจมตีเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
การสั่งการครั้งนี้สะท้อนถึงความตื่นตัวของรัฐบาลไทยในการรับมือกับวิกฤตชายแดนที่อาจลุกลามเข้ามาในเขตแดนไทย โดยเน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในจังหวัดชายแดน



