ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องยุบพรรคก้าวไกลแล้ว
ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องยุบพรรคก้าวไกลแล้ว (21.06.2026)

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ยุบพรรคก้าวไกล กรณีที่พรรคเสนอแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติแห่งพระมหากษัตริย์ พระราชินี และรัชทายาท โดยศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ก่อนหน้านี้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

รายละเอียดคำร้องและมติศาล

ในการประชุมเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องของ กกต. ที่ยื่นต่อศาลเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568 โดย กกต. อ้างว่าพรรคก้าวไกลมีพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 ซึ่งกำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจสั่งยุบพรรคการเมืองที่กระทำการอันเป็นการล้มล้างการปกครอง

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ให้รับคำร้องไว้พิจารณา และกำหนดให้พรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง ทั้งนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้พรรคก้าวไกลหยุดการกระทำที่อาจเป็นการล้มล้างการปกครองในระหว่างการพิจารณาคดีด้วย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ที่มาของคดี

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่า การที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลในขณะนั้น และพรรคก้าวไกล เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมถึงการเคลื่อนไหวเพื่อยกเลิกหรือแก้ไขมาตรานี้ ถือเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ต่อมา กกต. ได้มีมติเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้ยุบพรรคก้าวไกล โดยอ้างถึงคำวินิจฉัยดังกล่าวประกอบกับพฤติกรรมของพรรคที่ยังคงดำเนินนโยบายแก้ไขมาตรา 112 อย่างต่อเนื่อง แม้ศาลจะวินิจฉัยแล้วก็ตาม

ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคพร้อมที่จะชี้แจงข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ และยืนยันว่าพรรคไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง แต่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการเสนอความคิดเห็นเพื่อปฏิรูปกฎหมายที่พรรคมองว่าล้าสมัยและถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

“เราจะชี้แจงให้ศาลเห็นว่าการเสนอแก้ไขมาตรา 112 เป็นการดำเนินการตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อประชาชน และเป็นไปตามกระบวนการนิติบัญญัติ ไม่ได้เป็นการล้มล้างการปกครองแต่อย่างใด” นายชัยธวัช กล่าว

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคก้าวไกล จะส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี และสมาชิกพรรคทุกคนจะสิ้นสภาพการเป็นสมาชิกพรรคทันที ส่งผลกระทบต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคซึ่งมีจำนวน 149 คน ต้องหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 60 วัน มิฉะนั้นจะพ้นสภาพสมาชิกภาพ

นอกจากนี้ การยุบพรรคอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เนื่องจากพรรคก้าวไกลเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักที่มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบรัฐบาล และอาจนำไปสู่การชุมนุมประท้วงจากผู้สนับสนุนพรรค

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.00 น. ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์และช่องทางออนไลน์ของศาล